ศูนย์วิจัยข้าวแพร่
หากกล่าวถึงประเทศไทยในสายตานานาชาติ มักถูกสะท้อนภาพด้วยประเทศที่เปี่ยมความมั่นคงในอุตสาหกรรมอาหารและสามารถตอบสนองความต้องการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเต็มไปด้วยความหลากหลายทางการเกษตร โดยเฉพาะ ‘ข้าว’ ซึ่งเป็นอาหารหลักที่มีบทบาทสำคัญทั้งในประเทศและในตลาดการส่งออกทั่วโลก จนถูกขนานนามว่าเป็นครัวของโลก ทว่าปัจจุบันการปลูกข้าวในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการปลูกข้าวในภาคเหนือ ที่มีข้อจำกัดทั้งลักษณะภูมิประเทศพื้นที่ราบสูง สภาพอากาศ ตลอดจนการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ จากโจทย์ความท้าทายข้างต้น ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ภายใต้ กรมการข้าว ในฐานะองค์กรหลักที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวดีสู่ชุมชนเกษตรกร โดยรับผิดชอบงานวิจัยและพัฒนาข้าวในเขตภาคเหนือตอนบน 2 จังหวัด คือ จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน มุ่งดำเนินพันธกิจภายใต้โครงการ ‘ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี’ เดินหน้าสนับสนุนการปลูกข้าว การใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงเป็นต้นแบบการพัฒนาที่เชื่อมโยงระหว่างการเกษตร สังคม และเศรษฐกิจอย่างสมดุล
ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง สายพันธุ์แม่โจ้ 2 ผลงานได้รับรางวัลประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีเด่น ประจำปี 2555 จากสภาวิจัยแห่งชาติ โดยมีนักวิจัยคือ ผศ.ดร. วราภรณ์ แสงทอง และนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมวิจัย จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน และศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง ข้าวเหนียว มีความสำคัญในภาคเหนือ โดยเฉพาะข้าวเหนียว พันธุ์ กข 6 ที่มีกลิ่นหอมและคุณภาพการหุงต้มดี แต่ข้าวเหนียว พันธุ์ กข 6 เป็นข้าวต้นสูงและไวต่อช่วงแสง จึงปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ดังนั้น ในปี 2551 คณะผู้วิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้นำพันธุ์ข้าวเจ้าหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง พันธุ์ปทุมธานี 1 มาปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ด้วยวิธีการผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลเป็นตัวช่วยในการคัดเลือก จึงได้สายพันธุ์ใหม่ ในปี 2555 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ส่งข้าวสายพันธฺุ์นี้เข้าประกวด ได้รับรางวัลดีเด่น เรื่องข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง สายพันธุ์แม่โจ้ 2 และในปีเดียวกันได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น จากกรมการข้าว ได้รับกา
ปลัดเกษตรฯ เปิดใช้ถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ภายในศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย ตามมาตรการเร่งรัดการใช้ยางพารา พร้อมตั้งเป้าขยายผลกว่า 50 แห่ง ทั่วประเทศ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดใช้ถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ตามมาตรการเร่งรัดการใช้ยางพารา โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐของกรมการข้าว ณ ศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางพารากว่า 4 ล้านตัน/ปี และกว่า 90% ส่งออกต่างประเทศ ทำให้ประสบปัญหาราคาผันผวน จนปัจจุบันมีราคาตกต่ำลงอย่างมากเมื่อเปรียบราคาต้นทุนที่รัฐบาลประเมินไว้ รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ โดยการแปรรูปยางพาราให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือใช้เป็นส่วนผสมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมในการทำถนนลาดยาง เพื่อสร้างสมดุลของราคายางพาราในตลาด ควบคู่กับการออกมาตรการต่างๆ มารองรับ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราและลูกจ้างในสวนยางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่า กรมการข้าว จะมีภารกิจดูแลชาวนาทั่วประเทศ แต่ก็ยังมีส่วนร่วมในการทำโครงการที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ในการเร่งรัดการใ
