ศูนย์เรียนรู้ชุมชน
บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท” ปั้นโมเดล Smart Farming ชูวิถีการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำครบวงจรเสริมรายได้ทั้งปีด้วยพืชมาตรฐาน GAP หนุนเกษตรกรยิ้มได้ พร้อมช่วยโลกยั่งยืน ทุกครั้งที่ฤดูฝนเวียนมา ทุ่งนาทั่วไทยถูกแต่งแต้มเป็นสีเขียวชอุ่มอีกครั้ง เกษตรกรนับล้านลงแรงหว่านเมล็ดพันธุ์ด้วยความหวังว่าจะขายข้าวได้ราคาดี มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างมั่นคง แต่ความเป็นจริงในทุกฤดูกาลแทบจะไม่แตกต่างกันมากนัก คนทำนายังต้องเผชิญกับต้นทุนสูง รายได้น้อยไม่แน่นอน ปัญหาการถูกกดราคา รวมถึงการทำนาแบบดั้งเดิมที่สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งอาจไม่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ขณะเดียวกันวิธีการทำนาแบบดั้งเดิมที่ “ขังน้ำไว้ในแปลง” ตลอดฤดูกาล แม้จะช่วยควบคุมวัชพืชได้ดี แต่กลับทำให้ดินขาดออกซิเจน จุลินทรีย์จึงปล่อยก๊าซมีเทนจำนวนมหาศาล กลายเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่เร่งภาวะโลกร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า ทำให้เกิดคำถามว่า “เราจะปลูกข้าวอย่างไร ให้ได้ทั้งผลผลิต และความยั่งยืน” ซึ่งคำตอบนี้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท ที่เข้ามายกระดั
กระผม คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ ผู้เขียน เดินทางผ่านจากบ้านค่ายลูกเสือ ถึงบ้านหนองแวง หมู่ที่ 5 ตำบลภูปอ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนถึงเทศบาลตำบลภูปอ เห็นป้ายขนาดใหญ่เชิญชวนท่องเที่ยว ริมอ่างเก็บน้ำฝายน้ำล้นห้วยแก่งน้อย คุณวิจิตรา สารปรัง ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตร คุณนิยม สารปรัง อดีตข้าราชการครู ลาออกเมื่ออายุ 55 ปี ปัจจุบันอายุ 58 ปี กำลังทำความสะอาดโรงเรือนสุกรขุน อยู่ 2 คน อย่างมีความสุข ลูกสาว และลูกชาย จบการศึกษาไปทำงานมีฐานะที่มั่นคงแล้ว กลับมาเยี่ยมพ่อแม่บ้างเมื่อถึงวันหยุด “การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” พื้นที่บริเวณนี้ 7 ไร่เศษ ตอนใต้ฝายน้ำล้น เริ่มต้นทำไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ ได้รับการประสานงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เลี้ยงโคขุน 10 ตัว ไปได้ดีและพอมีกำไรสวยงามมาก เพราะเป็นการออมเงินที่ดี วัวมีอาหารคือหญ้า หากเอาเงินหมื่นไปฝากธนาคาร ดอกเบี้ยไม่กี่บาท ซื้อวัวแม่พันธุ์ 1 ตัว ผ่านไป 1 ปีคลอดลูกได้ 5-6 พันบาท หรือขุนแบบซื้อมาขายไป ได้กำไรดีมาก คุณนิยม เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนบ้านนาจารย์ หมู่ที่ 2 ต
กระผม คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ ผู้เขียน เดินทางผ่านจากบ้านค่ายลูกเสือ ถึงบ้านหนองแวง หมู่ที่ 5 ตำบลภูปอ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนถึงเทศบาลตำบลภูปอ เห็นป้ายขนาดใหญ่เชิญชวนท่องเที่ยว ริมอ่างเก็บน้ำฝายน้ำล้นห้วยแก่งน้อย คุณวิจิตรา สารปรัง ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตร คุณนิยม สารปรัง อดีตข้าราชการครู ลาออกเมื่ออายุ 55 ปี ปัจจุบันอายุ 58 ปี กำลังทำความสะอาดโรงเรือนสุกรขุน อยู่ 2 คน อย่างมีความสุข ลูกสาว และลูกชาย จบการศึกษาไปทำงานมีฐานะที่มั่นคงแล้ว กลับมาเยี่ยมพ่อแม่บ้างเมื่อถึงวันหยุด “การเริ่มต้นที่ดีเท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” พื้นที่บริเวณนี้ 7 ไร่เศษ ตอนใต้ฝายน้ำล้น เริ่มต้นทำไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริฯ ได้รับการประสานงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เลี้ยงโคขุน 10 ตัว ไปได้ดีและพอมีกำไรสวยงามมาก เพราะเป็นการออมเงินที่ดี วัวมีอาหารคือหญ้า หากเอาเงินหมื่นไปฝากธนาคาร ดอกเบี้ยไม่กี่บาท ซื้อวัวแม่พันธุ์ 1 ตัว ผ่านไป 1 ปีคลอดลูกได้ 5-6 พันบาท หรือขุนแบบซื้อมาขายไป ได้กำไรดีมาก คุณนิยม เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นคนบ้านนาจารย์ หมู่ที่ 2 ต
“บางประทุน” คลองสายเล็กๆในย่านบางขุนเทียน เป็นที่ตั้งของชุมชนแสนอบอุ่น ทั้งยังมีจิตสำนึกในด้านการอนุรักษและพัฒนา จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งกลุ่ม “รักษ์บางประทุน” โดยมีหัวเรื่อใหญ่คือ นาวิน มีบรรจง ชาวบางประทุนแท้ๆ ที่ไม่ใช่แค่สร้างครอบครัวอยู่ที่นี่ หากแต่มีบรรพบุรุษตั้งรกรากทำมาหากินบนผืนแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้มานานหลายชั่วอายุคน ปัจจจุบันคอนโดมีเนียม บ้านจัดสรร และห้งสรรพสินค้ารุกคืบเข้ามาอย่างมิอาจหยุดยั้ง วิถีชีวิตของผู้คนเริ่มได้รับผลกระทบ และเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทว่า ชาวบางประทุน ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายในบ้านริมคลองที่อิงอาศัยอยู่กับสายน้ำและธรรมชาติประสาชาวสวนเก่าที่แม้คนรุ่นใหม่จะเข้าไปทำงานในเมือง ทว่า ไม่ลืมซึ่งรากเหง้าของตนว่าเป็นคนริมคลองบางประทุน ด้วยความห่วงใย และหวงแหนในมรดกภูมิปัญญาของปู่ย่าตายาย โครงการสร้าง “ศูนย์เรียนรู้ชุมชน” จึงเกิดขึ้น เพื่อรักษาความทรงจำ เรียนรู้ที่มาที่ไป ส่งเสริมความภาคภูมิในใจในท้องถิ่น ก่อนอื่น นาวินเล่าว่า นี่คือศูนย์ที่เกิดจากผู้คนซึ่งไม่รู้อะไรเลยเรื่องงานก่อสร้าง แต่มีใจที่จะร่วมแรงแข็งขัน ก่อร่างสร้างฝันศูนย์แห่งนี้ให้เกิดขึ้นจริง ว
