สตาร์ตอัพ
ฟาร์มไก่ไข่แห่งนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่า “ธุรกิจ” แต่เริ่มจากการต่อสู้ของครอบครัวเกษตรกรรุ่นเตี่ยรุ่นแม่ที่ย้ายถิ่นฐานมาสร้างครอบครัว และลองทำกินทุกอย่าง ตั้งแต่การเลี้ยงไก่เนื้อ เลี้ยงปลา แต่ไม่ใช่ทุกความพยายามจะประสบความสำเร็จ สุดท้าย “ไก่ไข่” กลายเป็นทางเลือกที่พาครอบครัวไปต่อได้ แม้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็มีกินมีใช้ในฐานะปานกลางจนสามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้ คุณวัฒณ์-ชาณุวัฒณ์ สิวะโมกข์ เจ้าของฟาร์มไข่ไก่ King Eggs (ราชาไข่ไก่) คือทายาทรุ่น 2 ที่เติบโตมากับภาพเหล่านี้ พร้อมความตั้งใจเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่งจะกลับมาดูแลกิจการ แต่ชีวิตกลับพาให้ต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นโปรแกรมเมอร์เต็มตัว ความตั้งใจก็ถูกเลื่อนออกไป จนกระทั่งช่วงหลังปี 2546 เมื่อผ่านวิกฤตไข้หวัดนกระบาด ไก่ที่ถูกทำลายหมดฟาร์มแทบไม่เหลืออะไร เหลือเพียงเตี่ยกับแม่ที่ต้องเผชิญกับความจริงตรงหน้า จากนั้นทุกคนในครอบครัวได้มาช่วยกันเริ่มต้นใหม่และสร้างเป็นฟาร์ม King Eggs จนถึงปัจจุบัน “การเริ่มต้นใหม่ในครั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เตี่ยกับแม่ตัดสินใจขายที่ รวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด แล้วกลับมาเลี้ยงไก่อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แบบเดิม จา
กรุงเทพฯ 14 มกราคม 2568 – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ล็อตเต ไฟน์ เคมิคอล จำกัด บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ดีลอยท์ ประเทศไทย และเครือข่ายบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอาหารอีกมากมาย เสริมโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารและฟู้ดเทคสตาร์ตอัพไทยผ่าน โครงการ SPACE-F ปี 5 พร้อมชี้ตลอดระยะเวลา 5 ปี ช่วยปั้นสตาร์ตอัพได้กว่า 80 ราย จาก 18 ประเทศ และสร้างมูลค่าด้านการลงทุนได้กว่า 2,000 ล้านบาท โดยปีนี้มีสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการ SPACE-F ทั้งในส่วนโครงการบ่มเพาะ (Incubator Program) และโครงการเร่งการเติบโตทางธุรกิจ (Accelerator Program) เพิ่มอีก 18 ราย ซึ่งมุ่งเป้าด้านความยั่งยืนและอาหารแห่งอนาคต ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า NIA ภายใต้บทบาทผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรมมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ชาตินวัตกรรม ด้วยแนว
มีไอเดีย มีโอกาส ความเฟื่องฟูของสตาร์ตอัพไทยปี3 เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ที่ธุรกิจสตาร์ตอัพค่อยๆ เจริญเติบโตในประเทศไทยแม้จะยังไม่แพร่หลาย กระจายให้ทุกคนได้รู้จัก และเข้าร่วมแต่การเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด เริ่มจากการเรียนรู้ของผู้คนในการทำธุรกิจชนิดนี้ ตั้งแต่ปี 2559 มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 4 พันล้านบาท กระทั่ง ปี 2561 เหล่าบรรดาสตาร์ตอัพหน้าใหม่ๆ ปรากฏตัวโลดแล่นภายในวงการธุรกิจมากขึ้น มูลค่าการลงทุนร่วมค่อยๆ ไต่ระดับ จนก้าวกระโดดไปที่ตัวเลข 30,000 ล้านทันที ตัวอย่าง ถ้าเราทำรถเข็นขายไก่ทอด แล้วลงทุนสร้างรถเข็นเพิ่มไปเรื่อยๆ กิจการก็เติบโตไปตามจำนวนเงินลงทุนและรถเข็นที่เพิ่มขึ้น แบบนี้ยังไม่ถือเป็นสตาร์ตอัพ แต่เมื่อใดที่เราทำแอพพลิเคชั่น Kai Tod เพื่อให้คนสามารถสั่งไก่ทอดของเราล่วงหน้าได้ แล้วจับคู่กับแม่ค้า พ่อค้าไก่ทอดเจ้าอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานหรือบ้านคนสั่ง พ่อค้าแม่ค้าไก่ทอดรับคำสั่งผ่านแอพพลิเคชั่น และจ่ายเงินผ่านแอพพ์ พอทำเสร็จคนก็เข้ามาดาวน์โหลดไปใช้ จนใครๆ ก็นิยมมาสั่งไก่ทอดผ่านแอพพ์ของเรา พ่อค้าก็อยากขายไก่ทอดผ่านแอพพ์นี้ เราแค่ลงทุนลงแรงทำแอพพ์ตัวเดียว แต่กลายเป็นตัวแทนขายไ
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ว่า นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ.) คนใหม่ได้รายงานแผนการทำงานของ สมอ.เพื่อก้าวสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) 4.0 โดยจะดูแลผู้ประกอบการให้ผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐานอุตสาหกรรม และดูแลประชาชนให้ได้ใช้สินค้าที่มีมาตรฐาน ซึ่งแผนงานใหม่นี้จะให้ สมอ.ทำงานภายใน 1 เดือน เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังจากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดย สมอ.จะเป็นหน่วยงานนำร่องที่ปรับกระบวนการทำงานไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 อาทิ การกำหนดมาตรการอุตสาหกรรมสำหรับเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการเริ่มต้น (มอก.ไลต์) ครั้งแรกของประเทศ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีในการเข้าถึง มอก.ที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการ เนื่องจากปัจจุบัน มอก.ที่มีอยู่จะมีเพียงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เข้าถึง ขณะที่วิสาหกิจชุมชนก็จะมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) รองรับ พร้อมกันนี้จะพิจารณากำหนดมาตรฐานสินค้าภาคบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย โดย สมอ.จะพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง นายอุตตม กล
รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ยิ้มแฉ่ง ตลาดกลางสำหรับเหล่าคนทำงานอิสระทั่วโลกจัดลำดับให้ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ดีที่สุดสำหรับชาวสตาร์ตอัพ ลำดับ 7 ของโลก และ 1 ในเอเชีย แซงหน้า สิงคโปร์ ฮ่องกง ชี้ธุรกิจการแพทย์ สาธารณสุข มาแรงแซงโค้งทุกอาชีพ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า หลังจาก วท.จัดงาน “Startup Thailand 2017-Scale up Asia” จบไป เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้รับข่าวดีจากเจ้าของเว็บไซต์ www.peopleperhour.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนทำงานอิสระ เป็นเสมือนตลาดกลางสำหรับเหล่าฟรีแลนซ์ทั่วโลก ที่เป็นผู้จัดทำตัวชี้วัดเพื่อจัดอันดับโดยใช้เกณฑ์วัดจากค่าครองชีพ ค่าเช่า เงินเดือน และประเทศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการประกอบธุรกิจว่ามีการจัดลำดับ เมืองที่ดีที่สุดสำหรับชาวสตาร์ตอัพในเอเชีย พบว่ากรุงเทพมหานครได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่ดีที่สุดในเอเชียสำหรับการเติบโตของธุรกิจสตาร์ตอัพ และเป็นอันดับ 7 ของโลก “เราแซงฮ่องกงและสิงคโปร์ที่ถือว่าเป็นสถานที่อันดับต้นที่เหมาะสมกับการเริ่มต้นธุรกิจ แ
