สถานการณ์ข้าวไทย
ดร. พยอม โคเบลลี่ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ มีข้อคิดเห็นกับสถานการณ์ข้าวไทยในปัจจุบันและอนาคตว่า สำหรับสถานการณ์ข้าวในปี 2560 ทางภาคอีสาน ภาพรวมดีกว่าปี 2559 แต่อาจจะประสบปัญหาในเรื่องของผลผลิตน้อย เพราะเนื่องจากปี 2560 ฝนตกชุก ส่งผลให้น้ำท่วมนาข้าวเสียหาย โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแถบภาคกลางเสียหายไปเป็นจำนวนมาก แต่ทางภาคอีสานพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาดอน มีส่วนน้อยจะถูกน้ำท่วม จากที่ ดร. พยอม ได้ลงสำรวจพื้นที่ทางจังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานี ชาวนาส่วนใหญ่บอกว่าผลผลิตปีนี้ถือว่าพอรับได้ แต่ต่ำกว่าปีที่แล้ว ด้วยปัจจัยนี้จึงส่งผลให้ราคาข้าวขยับสูงขึ้นกว่าช่วงต้นปี จากเดิม ปี 2559 กิโลกรัมละ 5-6 บาท ปี 2560 ขยับขึ้นเป็น 8-9 บาท นับว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่จะน่ายินดีกว่านี้หากราคาข้าวอยู่ในเกณฑ์ กิโลกรัมละ 13-15 บาท ชาวนาถึงจะอยู่ได้ สถานการณ์ข้าวในปี 2561 ในมุมองของ ดร. พยอม มีความคิดว่า ราคาข้าวอาจจะขยับตัวสูงขึ้นกว่าปี 2560 อีกนิด แต่ชาวนาก็ยังคงต้องประสบกับภาวะราคาข้าวที่ผันผวน ขึ้นลง วันละ 3 ครั้ง เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดของเกษตรกรคือ การพัฒนาตนเองหันมาใช้การตลาดนำการผลิต หรือการนำนวัตกรรมด
ร.ต.ท. เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ข้าวไทยว่า ขณะนี้ไม่มีสต๊อกรัฐกดดันเรื่องราคาแล้ว และคุณภาพข้าวเริ่มกลับมาจากการที่เกษตรกรไม่เร่งผลิตมากเกินไป และประเทศผู้ผลิตข้าวหลายประเทศได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมคืออินเดีย และบังกลาเทศ ทำให้ความสามารถการแข่งขันของไทยมากขึ้น ประเมินว่าฤดูการผลิตข้าวนาปี 2560/61 ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ตันละ 11,000-12,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 8,000-9,000 บาท ขณะที่การส่งออกข้าวไทย ยังเจอปัญหาในเรื่องค่าบาทแข็ง ซึ่งตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้ถึงปัจจุบันบาทแข็งค่าแล้ว 8% โดยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐบาลยังไม่มีแนวทางป้องกัน แก้ไข หรือระมัดระวังปัญหานี้ “บาทแข็งจะส่งผลอย่างยิ่งต่อการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร คู่แข่งสำคัญคือเวียดนาม ค่าเงินด่องแข็งค่าเพียง 2% เท่านั้น แต่ค่าเงินไทยแข็งแล้ว 6% ทำให้ราคาข้าวไทยสูงกว่าเวียดนามตันละ 24 ดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลให้การตัดสินใจสั่งซื้อข้าวไทยลดลง ดูจากการประมูลซื้อข้าวของฟิลิปปินส์ เวียดนามคว้าไปเกือบทั้งหมด ส่วนอินโดนีเซียก็ยังไม่ชัดเจนว่าปีนี้จะเปิดประมูลซื้อหรือไม่ เพราะผลผลิตอินโ
