สปริงเกลอร์
‘สปริงเกลอร์’ อุปกรณ์รดน้ำชิ้นสำคัญประจำสวน จากแนวคิด ‘หัวใจของการทำเกษตรคือน้ำ’ โดย คุณสุรศักดิ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของบริษัท สุ แอนด์ สุ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบน้ำเพื่อการเกษตรรายใหญ่ที่จะมาช่วยตอบโจทย์กับเทคโนโลยีตัวช่วยทุ่นแรงให้กับพี่น้องชาวสวนในการประหยัดเวลา หมดปัญหาเรื่องระบบน้ำ ด้วยประสบการณ์ที่ครองใจเกษตรมายาวนาน กว่า 25 ปี ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme ‘สุ แอนด์ สุ’ ผู้ช่วยเกษตรยุคใหม่ คุณสุรศักดิ์ เล่าว่า บริษัท สุ แอนด์ สุ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2539 จากความฝันในวัยเยาว์ และความรักในธุรกิจเกษตร จึงตัดสินใจแยกออกจากธุรกิจกงสีของที่บ้าน เพื่อเปิดร้านขายปลีกภายใต้ชื่อ สุ แอนด์ สุ จำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร ต่อมาธุรกิจมีการเติบโต จึงขยายตัวจากร้านค้าปลีกเป็นธุรกิจค้าส่ง มาเป็นผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่าย อุปกรณ์สำหรับระบบน้ำในการเกษตรรายใหญ่ในประเทศไทย “เรียนรู้และพัฒนาตัวเองมาทำอุปกรณ์ระบบน้ำเพื่อการเกษตร คือ สปริงเกลอร์ จากที่เราซื้อมาขายไป เริ่มจากการจ้างผลิต จนกลายเป็นโรงงานผลิตสปริงเกลอร์ ท่อส่งน้ำ
แฟนเทคโนโลยีชาวบ้านจากจังหวัดเชียงใหม่เขียนจดหมายขอให้ลงเรื่องการให้น้ำต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะลำไย ช่วงหน้าแล้งในที่ดอน เลยขอให้ผมนำเรื่องดังกล่าวมาลง เผอิญผมมีโอกาสไปเชียงใหม่ แล้วไปหา ผศ.พาวิน มะโนชัย ผู้เชี่ยวชาญ เรื่องลำไย ซึ่งกรุณามอบข้อมูลของ อาจารย์สมชาย วงศ์ประเสริฐ นำมาให้ท่านได้ทราบกัน วิธีการให้น้ำแก่สวนลําไยที่ชาวสวนทํากันแบ่งออกได้ 3 วิธี คือ วิธีให้น้ำทางผิวดิน วิธีโดยสปริงเกลอร์ และวิธีโดยน้ำหยด โดยการให้น้ำทั้ง 3 วิธี มีเป้าหมาย คือ ต้องการให้น้ำซึมลงเปียกดินในทรงพุ่ม ถึงความลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ขึ้นไป เพราะรากลําไยส่วนใหญ่แพร่กระจายอยู่ในดินที่ระดับความลึกนี้ การให้น้ำแก่ต้นเล็ก ที่มีอายุ 1-2 ปี การให้น้ำแก่ต้นลําไยปลูกใหม่ในระยะ 2 ปีแรก เกษตรกรจะให้โดยวิธีใดก็ได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ แหล่งน้ำ และทุนทรัพย์ที่จะลงทุน ตั้งแต่การหาบน้ำรด ใช้ปั๊มน้ำท่อยางหรือวางระบบสปริงเกลอร์เล็กหรือน้ำหยด ถ้าจะวางระบบสปริงเกลอร์หรือน้ำหยดก็ควรพิจารณาวางระบบเผื่ออนาคตที่ต้นโตขึ้นด้วย โดยทั่วไปแล้วปริมาณน้ำที่ต้องรดให้แก่ต้นที่ปลูกในปีแรก ประมาณ 20 ลิตร ต่อระยะ 4-5 วัน (รดให้ดินเปียกน้ำก
