สมคิด
อนุกรรมการบริหารจัดการสินค้ามะพร้าว ชงคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชกำหนดสัดส่วนนำเข้า เคาะสูตร ซื้อในประเทศ 1 ส่วน จึงจะได้นำเข้า 2.5 ส่วน ให้นำเข้า 2 ช่วง เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำ รายงานข่าวจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงผลการประชุมของคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสินค้ามะพร้าวเพื่อแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมาว่า คณะอนุกรรมการที่มี นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน มีมติกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้ามะพร้าว จะต้องซื้อมะพร้าวภายในประเทศ 1 ส่วน เพื่อจะได้นำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ 2.5 ส่วน ซึ่งผลผลิตมะพร้าวในประเทศ ปี 2562 คาดว่า จะมีประมาณ 8.8 แสนตัน เท่ากับว่าให้นำเข้ามะพร้าวได้ประมาณ 2.2 ล้านตัน/ปี ทั้งนี้ การนำเข้าให้นำเข้าได้เพียง 2 ช่วง คือ เดือนเมษายน-พฤษภาคมช่วงหนึ่ง และเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมอีกช่วงหนึ่ง ส่วนการขนมะพร้าวข้ามเขตหรือจังหวัด หากมีการขนย้ายไม่เกิน 4 ตัน/ครั้ง ไม่ต้องขออนุญาตขนย้าย หากเกินต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือต้องไปขออนุญาตจากเกษตรอำเภอที่พาณิชย์จังหวัดแต่งตั้ง โดยห
“สมคิด” ลงแส้รัฐวิสาหกิจ สั่งเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน ให้ได้ตามเป้า จี้รฟท.-ทอท. อย่าล่าช้ารอเบิกจ่ายช่วงท้ายปี ขู่เป็นตัวชี้วัดผลงานผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ คลังดันศก.โต 3.8% ตามเป้า แอบลุ้น 2 เดือนขยายตัวเพิ่ม ทำจีดีพีทะลุ 4% นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2561 ที่กระทรวงการคลังว่า ได้สั่งการให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนเดือนสุดท้ายของปี 2560 ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ยัง เบิกจ่ายล่าช้า เพราะเป็นตัวชี้วัดการทำงานผู้บริหารสูงสุด หรือซีอีโอ สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบฯ 2561 ให้เร่งทยอย เบิกจ่ายงบฯ ตั้งแต่ต้นปี ไม่ให้ไปเบิกจ่ายในช่วงท้ายปี รัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายล่าช้า เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เมื่อแก้ไขปัญหาได้แล้วให้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนให้เร็วขึ้น ส่วนรัฐวิสาหกิจที่เข้มแข็ง เช่น บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ก็ให้เร่งลงทุนเพราะมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งของไทยมาก ส่วนการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) 1.7 แสนล้านบาท คลังหารือกับกระทรวงม
“สมคิด” มองเศรษฐกิจสัญญาณดี พบภาคเกี่ยวข้องกับการเกษตรมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข เนื่องจากมีสัดส่วนส่งออกน้อย แนะกระทรวงอุตฯจับมือเอกชนยกระดับการผลิตเพิ่มมูลค่าสินค้า มุ่งสู่ไบโออีโคโนมี เร่งบีโอไอดึงดูดนักลงทุน หนุนสร้างคลัสเตอร์ภาคบริการ ผุดเครือข่ายสตาร์ตอัพ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Thailand Industry Expo 2017 ว่า ภาครวมเศรษฐกิจปีนี้สัญญาณดีภาคการส่งออกที่ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2560 เติบโตเฉลี่ย 10% โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน เติบโต 11.7% มูลค่าประมาณ 690,000 ล้านบาท แต่ก็พบว่าภาคที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรยังมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข เนื่องจากมีสัดส่วนส่งออกที่น้อยเพียง 9% มีสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว ยางพารา น้ำตาล และผลไม้ โดยมีประชากรที่อยู่ในภาคการเกษตรสูงถึง 20-30 ล้านคน ซึ่งยังไม่สามารถยกระดับการผลิตให้มีมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบของประชารัฐ เข้ามาสนับสนุนเพื่อมุ่งสู่ไบโออีโคโนมี พร้อมให้สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เร่งสนับสนุนดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร
