สมาคมกุ้งตะวันออกไทย
อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาโรคระบาดเรื้อรัง ต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของตลาดส่งออก และล่าสุดคืออุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อฟาร์มเลี้ยงกุ้งในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้สถานการณ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น พื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตกุ้งสำคัญ คิดเป็นราว 20% ของพื้นที่เลี้ยงกุ้งทั้งหมดของประเทศ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก หลายฟาร์มไม่สามารถรับมือได้ทัน ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากอุทกภัยก่อนหน้า ส่วนภาคกลางยังคงเผชิญความเสี่ยงจากมวลน้ำที่ไหลลงมาจากภาคเหนือ ทำให้ภาพรวมการผลิตกุ้งของประเทศเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การจะพลิกฟื้นไปถึงเป้าหมายจึงดูเลือนราง น้ำท่วมเสียหายเฉียด 2 หมื่นล้าน ล่าสุดนายสมประสงค์ เนตรทิพย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย พร้อมพันธมิตร นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และที่ปรึกษาสมาคมกุ้งไทยและคณะ แถลงข่าวประเมินความเสียหายเบื้องต้น จากน้ำท่วมจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง และสมุทรปราการ ไว้ที่ 16,500-22,000 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลกร
นายสมประสงค์ เนตรทิพย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย พร้อมด้วยนายบรรจง นิสภวาณิช ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และพันธมิตรในภาคตะวันออก ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “สัตว์น้ำไทย 2025 (Thai Aqua Expo 2025)” ภายใต้แนวคิด “สัตว์น้ำไทย ปรับใหม่ เพื่อไปต่อ (Refine Today, Sustain Tomorrow)” งาน “สัตว์น้ำไทย 2025” จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการปรับตัวของเกษตรกรไทยให้สามารถเข้าสู่การเลี้ยงสัตว์น้ำแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพ และแข่งขันได้ในตลาดโลกปี 2568 ถือเป็นครั้งที่ 6 ของการจัดงาน Thai Aqua Expo ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย และองค์กรเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงทั่วประเทศ โดยภายในงานจะรวบรวมองค์ความรู้และกิจกรรมที่ครอบคลุมสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลักของไทย 5 ชนิด ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม, กุ้งกุลาดำ, กุ้งก้ามกราม, ปลากะพง และปลานิล รวมถึงสัตว์น้ำทางเลือกที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เช่น ผำ และม้าน้ำ นายสมประสงค์
