สมาคมโรงสีข้าวไทย
คุณสุทธิพร กาฬสุวรรณ เจ้าของโรงสีข้าวโสภณเจริญพาณิชย์ นายกกิตติมศักดิ์โรงสีข้าวและกลุ่มชาวนาภาคใต้ และอุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ให้ข้อมูลว่า นาข้าวทางภาคใต้ โดยภาพรวม 3 จังหวัดภาคใต้ นครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง จะปลูกข้าว ประมาณ 500,000-600,000 ไร่/ปี แต่ละปี ปริมาณข้าวที่ออกมาจะใกล้เคียงกัน ในบางปีจังหวัดสงขลาจะมากกว่า และบางปีจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนพัทลุงปริมาณจะน้อยที่สุด ภาพรวมการผลิตจะมากกว่า 300,000 ตัน และบางปี 400,000 ตัน/ปี ภาวะข้าวภาคใต้ขณะนี้ มีผลผลิตต่อการบริโภค เพราะพื้นที่ทำนาลดลง จากเดิมที่มีอยู่ประมาณกว่า 1 ล้านไร่ ใน 3 จังหวัด คือ พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยเกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมัน 500,000-600,000 ไร่ และเป็นสวนยางพารา นอกนั้นยังเป็นนาร้างอีก 20-30 เปอร์เซ็นต์ “ความจริงที่นายังมีอีกมาก แต่เมื่อราคาข้าวไม่ดี ชาวนาก็ทิ้งไป จนกลายมาเป็นนาร้างกัน ทั้งนี้นาข้าวก็จะขยายตัวเติบโตมาก สมัยที่รัฐบาลมีโครงการ เช่น โครงการการรับจำนำข้าว ประกันราคาข้าว ภาคใต้ขณะนั้นจะมีข้าวประมาณ 400,000-500,000 ตัน/ปี” สำหรับประชากรภาคใต้ มีมากกว่านาข้าว ข้าวจึงไม่พอต่อการบริโภค และหาก
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับทราบผลการประชุมเชิงปฎิบัติการ “อนาคตข้าวไทย เพื่อความยั่งยืน” ที่กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นและวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ข้าว โดยมีตัวแทนภาครัฐ และเอกชน เช่น สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมโรงสีข้าว สมาคมชาวนา ฯลฯ เข้าร่วมประชุม “นายกฯ พอใจกับราคาข้าวเปลือกที่สูงขึ้น โดยราคาปรับตัวสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 35-40 เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกตามข้อแนะนำของรัฐบาล ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ส่งเสริมการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยเน้นแจกจ่ายพันธุ์ข้าว และลดต้นทุนการปลูกข้าวให้กับเกษตรกร” พล.ท.สรรเสริญกล่าว พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า นายกฯยังได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกันผลักดันให้ราคาข้าวสูงขึ้น พร้อมทั้งได้รับการยืนยันจากสมาคมโรงสีข้าวไทยด้วยว่า รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว และเป็นประโยชน์ต่อระบบการค้าข้าว โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลื
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมโรงสีข้าวไทย ว่า ได้หารือเรื่องมาตรการการสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวนาช่วงก่อนที่ผลผลิตจะออกมาช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ โดยสมาชิกโรงสี 100 แห่ง ร่วมกับกรมการค้าภายใน พร้อมที่จะซื้อขายข้าวอย่างยุติธรรมกับชาวนา และกรมฯ ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการซื้อขายข้าว เครื่องมือทั้งเครื่องชั่งน้ำหนักข้าว เครื่องวัดความชื้นที่โรงสีใช้อย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการการเอารัดเอาเปรียบชาวนา น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า กระทรวงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นชื่อ “ชาวนาไทย” ดาวน์โหลดได้แล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบราคา การผลิต ตลาด สถานที่ซื้อขาย โรงสี รวมทั้งจะมีการใช้แอพพลิแคชั่นไลน์ตั้งกลุ่มขึ้นมาในแต่ละพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูล ข่าวสารให้กับชาวนา ซึ่งจะทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน รวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้งในส่วนของเรื่องร้องเรียนต่างๆกระทรวงก็จะมีหน่วยเฉพาะกิจรับเรื่องร้องเรียนของชาวนาโดยสามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่สายด่วน 1569 น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวอีกว่า ปีนี้ราคาข้าวมีแนวโน้มว่าจะราคาดีอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ผลิ
