สรรพคุณกัญชา
“แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” เป็นตำราแพทย์แผนไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นตำราแพทย์ฉบับหลวงที่เกิดจากพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ตำแหน่งจางวางแพทย์ คือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอมฤตย์ กรมหมื่นภูบดีราชหฤทัย พระราชโอรสในรัชกาลที่ 3 เป็นประธานในการชำระความถูกต้องและสงเคราะห์พระคัมภีร์แพทย์แผนไทยทั้งมวลขึ้นเป็น “ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวง” ในปี พ.ศ. 2413 อันเป็นปีที่ 3 ที่ทรงครองราชย์ ซึ่งแสดงว่าทรงให้ความสำคัญกับปัญหาความเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชน ไม่น้อยไปกว่าปัญหาความมั่นคงของประเทศด้านอื่นๆ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า พระคัมภีร์ทุกคัมภีร์ ตำรับยาทุกตำรับในตำรา “แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” จึงเป็นภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของชาติที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้ “กัญชา” เป็นพืชสมุนไพรตัวหนึ่งใน “พระคัมภีร์สรรพคุณแลมหาพิกัด” ที่ระบุสรรพคุณของกัญชา ไว้ว่า “กัญชา แก้ไข้ผอมเหลืองหากำลังมิได้ ให้ตัวสั่น เสียงสั่น เป็นด้วยวาโยธาตุกำเริบ แก้นอนมิหลับ” ทั้งนี้ ไม่มีข้อความใดใน “ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์” ที่ระบุว่า “กัญชา” เป็นสมุน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทางการอุรุกวัยจะอนุญาตให้ร้านขายยาทั่วประเทศจำหน่ายกัญชาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มในวันพุธหน้า(19 ก.ค.)นี้ ซึ่งจะทำให้อุรุกวัย ชาติเล็กๆในอเมริกาใต้ กลายเป็นประเทศแรกในโลกที่การผลิตและขายกัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายภายใต้การควบคุม หลังจากที่ในปี 2013 สภานิติบัญญัติอุรุกวัยได้ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยกัญชา ที่อนุญาตให้ชาวอุรุกวัยปลูกกัญชาเองได้และให้สูบกัญชาได้ภายในสโมสร แต่ในส่วนของข้อบัญญัติให้ร้านขายยาจำหน่ายกัญชาได้นั้น ซึ่งถือเป็นระยะที่ 3 อันเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกฎหมายฉบับนี้นั้น เพิ่งจะได้ข้อลุล่วงเห็นชอบ ข่าวแจ้งว่า ภายใต้กฎหมายการฉบับนี้ประชาชนที่ต้องการซื้อกัญชาจะต้องทำการลงทะเบียนที่จะซื้อกัญชาในร้านขายยา ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วราว 4,700 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนในช่วงอายุ 30-40 ปี ขณะที่อุรุกวัยมีประชากรทั้งสิ้นราว 3.4 ล้านคน ขณะที่ในระยะแรกของกฎหมายปี 2013 มีประชาชนกว่า 6,600 คน ที่ลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตปลูกกัญชาที่บ้านและมีสโมสรผู้สูบกัญชา 51 แห่ง ที่ได้รับอนุญาตให้มีการสูบกัญชาเพื่อสันทนาการได้ ขณะที่ตามกฎหมายนี้จะอนุญาตให้ขายกัญชาได้
