สร้างงานสร้างอาชีพ
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบส่งเสริมการสร้างงาน สร้างรายได้ผู้สูงอายุ ปี 2567 จาก นายธนสุนทร สว่างสาลี อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยมี นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร และพนักงานในโครงการ “60 ยังแจ๋ว” เป็นผู้แทนรับรางวัล ร่วมด้วย นางสาวอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมกิจการผู้สูงอายุ ให้เกียรติเข้าร่วมงานนี้ พร้อมเยี่ยมชมการทำงานผู้สูงอายุ ณ โลตัส สุขุมวิท 50 รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นองค์ต้นแบบของซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มุ่งสนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุในทุกมิติ ผ่านโครงการ “60 ยังแจ๋ว” ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1. การจ้างงานผู้สูงอายุปฏิบัติงานในสาขาของแม็คโครและโลตัส 2. “เถ้าแก่วัยเก๋า” ฝึกอาชีพ สร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุที่ต้องการทำงานอิสระ หรือมีธุรกิจของตนเอง 3. “ตลาดสุขใจวัยเก๋า” เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในแม็คโคร–โลตัส ให้กับพ่อค้าและแม่ค้าที่สูงวัยได้นำสินค้ามาออกบูธ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่
ตลอดระยะเวลา 33 ปีของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนงาน 4 ด้านหลัก คือ พัฒนาเด็กและเยาวชน ชุมชนและขจัดความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ปกป้องและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมาย “สร้างคนดี พลเมืองดี อาชีพดี ชุมชนสิ่งแวดล้อมดี “โครงการสนับสนุนทุนการศึกษานักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ” เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน สนองแนวพระราชดําริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ขาดโอกาสในถิ่นทุรกันดารให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับหรือเท่าที่มีการเปิดการเรียนการสอน ในโรงเรียนสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน (โรงเรียน ตชด.) ให้เยาวชนมีโอกาสศึกษาต่อ พัฒนาตนเองให้เป็นคนดี พึ่งตนเองและกลับไปช่วยเหลือพัฒนาชุมชน ให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในปี 2546 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นของโครงการ มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการ ร่วมกับ สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จ
การทำเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยมีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการแร่และใช้ประโยชน์จากแร่ให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชนและสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า แร่เป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่สำคัญของหลายอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายการพัฒนาประเทศ เช่น หินปูนสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือแร่หายากสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น กพร. จึงมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนให้แร่ มีความเพียงพอต่อการใช้งาน รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ให้ดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ มีจรรยาบรรณและใช้หลักธรรมาภิบาลในการประกอบกิจการ และไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อุตสาหกรรมเหมืองแร่มีความเข้มแข็งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน สามารถสนองตอบต่อนโยบายการพัฒนาประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยแนวทาง Bio
