สร้างรายได้เกษตรกร
หากเอ่ยถึงจังหวัดนครพนม ภาพจำของผู้คนมักผูกโยงกับศรัทธาที่มีต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์กสำคัญริมฝั่งโขง ภายใต้วิถีความเชื่อนี้ ‘บายศรี’ คือเครื่องสักการะที่ขาดไม่ได้ ซึ่งต้องอาศัยใบตองปริมาณมาก ไม่เพียงเท่านั้น นครพนมยังเป็นเมืองที่มีอาหารขึ้นชื่ออย่าง ‘หมูยอ’ ‘แหนม’ และโดยเฉพาะ ‘กะละแม’ ที่มีความต้องการใช้ใบตองสูงถึง 7 ล้านแผ่นต่อเดือน สะท้อนให้เห็นว่า “ใบตอง” คือตัวแปรสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดนครพนม อีกทั้งพื้นที่จังหวัดที่เต็มไปด้วยสวนกล้วยตามหัวไร่ปลายนา ทว่าใบตองส่วนใหญ่ที่ใช้ในจังหวัดกลับต้องนำเข้ามาจากจังหวัดใกล้เคียงสัปดาห์ละหลายตัน เม็ดเงินจึงไหลออกนอกพื้นที่อย่างน่าเสียดาย สถานการณ์นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ “ธุรกิจรวบรวมใบตอง” ในพื้นที่ เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือ คุณปวีณา อ้วนจี ที่เดิมเคยเปิดร้านเสริมสวย แต่เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก จึงหันมาขายมะม่วงและกล้วยที่ตลาดโต้รุ่งในจังหวัดนครพนม โดยที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับใบตองมากนัก จนกระทั่งมีโอกาสลงสำรวจตลาดใบตองในพื้นที่อย่างจริงจัง ทำให้พบว่าใบตองไ
นางสุจารีย์ พิชา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีอายุเก็บเกี่ยว 85-90 วัน หรือเรียกว่าข้าวโพดต้นสดพร้อมฝัก นับเป็นวัตถุดิบอาหารโคนมที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ให้ปริมาณน้ำนมค่อนข้างมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับหญ้าเนเปียร์และข้าวโพดเมล็ดที่นำไปผสมในอาหารสัตว์ โดยพบว่าเกษตรกรที่ใช้ข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักเป็นอาหารสำหรับโคนม สามารถให้น้ำนมได้ 14 กิโลกรัม/ตัว/วัน ถ้าเปรียบเทียบกับพืชอาหารชนิดอื่น ซึ่งให้น้ำนมได้ 12 กิโลกรัม/ตัว/วัน และที่สำคัญข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักเป็นพืชที่มีศักยภาพทั้งด้านการผลิตและการตลาด สามารถปลูกทดแทนสินค้าหลักอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ขายเฉพาะเมล็ด (อายุเก็บเกี่ยว 120 วัน) ได้ แต่ปัจจุบันพบว่าปริมาณการผลิตข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักของจังหวัดเชียงใหม่ สามารถผลิตได้เพียง 870 ตัน/ปี ในขณะที่ปริมาณความต้องการรับซื้ออยู่ที่ 1,055 ตัน/ปี ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนม ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกและจำหน่ายข้
