สละลอยแก้ว
นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สละพันธุ์สุมาลีถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพของจังหวัดพัทลุง เนื่องจากเจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศและดินของภาคใต้ตอนล่าง ดูแลรักษาง่าย ให้ผลผลิตต่อเนื่อง และคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เป็นที่นิยมในการบริโภคผลสดและแปรรูปเป็นสละลอยแก้ว ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตในท้องถิ่น ทั้งนี้ จังหวัดพัทลุงได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและผลักดันการปลูกสละพันธุ์สุมาลีอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการเกษตรเชิงท่องเที่ยว สนับสนุนการขายออนไลน์ ส่งเสริมการแปรรูป และจัดอบรมเกษตรกรปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ สละพันธุ์สุมาลีผลสดสามารถสร้างมูลค่าให้กับจังหวัด ปี 2568 กว่า 203.52 ล้านบาท สศท.9 ติดตามสถานการณ์การผลิตสละพันธุ์สุมาลีของจังหวัดพัทลุง ปี 2568 (ข้อมูล ณ 4 พฤศจิกายน 2568) พบว่า มีพื้นที่ปลูกรวมทั้งจังหวัด 3,808 ไร่ เนื้อที่ให้ผลผลิต 3,153 ไร่ แหล่งผลิตสำคัญอยู่ในพื้นที่อำเภอป่าบอน เกษตรกรผู้ปลูก 1,112 ครัวเรือน (เฉลี่ย 2.84 ไร่/ครัวเรือน) ได้รับมาตรฐาน GAP จำนวน 146 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 52
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการผลิต นำไปสู่การจัดการสินค้าเกษตรสู่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน สร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างมั่นคงในอนาคต ตามแผนปฏิรูปการเกษตร สำหรับอำเภอป่าบอน ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรปลูกสละมากที่สุดของจังหวัดพัทลุง แต่ที่ผ่านมา เกษตรกรต่างคนต่างทำ จึงมักประสบปัญหาทั้งด้านการผลิตและการตลาด กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้เข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสละ ตั้งแต่ปี 2557 โดยผ่านศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันแลกเปลี่ยนความรู้ในการผลิตสละ และต่อมาในปี 2563 ได้ผลักดันให้จัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่สละตำบลทุ่งนารีขึ้น มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานร
