สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย
ช่วงวันหยุดยาว นับเป็นเทศกาลแห่งความสุข หลายคนได้ท่องเที่ยวโต้ลมหนาวที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ถูกยกย่องว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” ไปกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ เพราะได้พักผ่อนคลายความเหนื่อยล้า ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ที่ร่มรื่น ในบรรยากาศสบายๆ สูดอากาศสดชื่นเย็นสบายบนยอดเขาได้เต็มปอด เติมพลังให้ร่างกายสดชื่น ตามสโลแกน “นอนเขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี” ก่อนเดินทางกลับ แนะนำให้แวะเช็กอิน “ทุ่งกังหันลมเขาค้อ” อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สวยงามที่น่าเที่ยว น่าช็อปปิ้ง และเหมาะกับการมาแวะถ่ายรูปสวยๆ ถ่ายเซลฟี่กันให้เบิกบานใจ การเดินทางไปทุ่งกังหันลมสะดวกสบาย ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 (สี่แยกรื่นฤดี-แคมป์สน) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 14 มีป้ายบอกทาง วิ่งไปตามทางเนินเขาอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ถึงทุ่งกังหันลม ภายในสถานที่แห่งนี้ มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าเกษตร อาหาร สินค้าโอท็อปของชุมชนและมีบริการรถไฟฟ้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เข้ามาร่วมให้บริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ทุ่งกังหันลม เขาค้อ แหล่งผลิตพลังงานสะอาด ทุ่งกังหันลม เขาค้อ (Windtime Khaokho) ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านชาวเข
ถ้าหากจะเอ่ยถึงเรื่อง คำว่า “รีสอร์ต” คนไทยรู้จักกันดี เริ่มจากภาคใต้ถึงเหนือ และอีสาน ว่ากันอย่างงั้นหลายปีผ่านไป ความนิยมการเที่ยวชมธรรมชาติของคนไทยเริ่มหันเหมาทางภาคเหนือตอนบน ตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เหตุผลจากอะไร หลายคนอาจไม่ทราบ!!! เพราะสภานที่ดังกล่าวช่างสวยงามตามธรรมชาติ มีป่าเขาลำเนาไพรดูสวยงาม และที่สำคัญ นักท่องเที่ยวรายได้น้อยก็มีโอกาสมาเที่ยวได้ เพราะราคาและการครองชีพรายจ่ายไม่แพงเกินไปนัก ต่างกับภาคใต้ ทั้งระยะทางไกล ค่าที่พัก อาหารทะเล ค่าใช้จ่ายสูง แพงไป ไม่เหมาะกับคนไทยยุคเศรษฐกิจตกต่ำ เลยหันมาท่องเที่ยวภาคอื่นกันดีกว่า แม้ว่าทางภาคใต้จะเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ หันมาใช้ระบบ “โฮมสเตย์” ที่มีราคาถูกกว่า ทั้งอาหารทะเลสด หรือค่าที่พัก แต่ก็มีอุปสรรคในการเดินทางอยู่ดี ยกเว้นคนชั้นกลางที่พอจะมีเงินเพียงพอพากันไปเป็นกลุ่มคณะที่พอจะกระจายรายได้สู่ต่างจังหวัดได้ นี่คือ เสน่ห์ของโฮมสเตย์ เพราะฉะนั้นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล คนภาคอื่นมักจะไปสนุกกับทะเลพัทยา บางแสน หรือชะอำ ที่เดินทางไม่ไกล แถมสนนราคาอาหารทะเลไม่แพงเว่อร์จนเกินไป ทำให้นักท่องเที่ยวหันเหไปเที่ยวทะเลหมอกภูเขาที่เชียง
