สสว.
สสว. จัดงาน “SME POWER UP” – International Top Thai SME Business Matching เดินหน้าผนึกหน่วยงานพันธมิตร ผลักดันสิทธิประโยชน์ เสริมแกร่งผู้ประกอบการ สสว. จัดงาน “SME POWER UP” – International Top Thai SME Business Matching กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย เจรจาธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือเครือข่ายภาครัฐและเอกชนต่อเนื่อง ผลักดันสิทธิประโยชน์ผู้ประกอบการ เพิ่มผลิตภาพ/ลดต้นทุน ขยายช่องทางการตลาด และเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดงาน “SME POWER UP” – International Top Thai SME Business Matching กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย เจรจาธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ ภายใต้งานพัฒนาสิทธิประโยชน์และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเพื่อการประกอบการ ปีงบประมาณ 2566 โดยมีผู้แทนเครือข่ายพันธมิตร สสว. ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SME และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายวีระพงศ์ กล่าวว่า สสว. ได้ดำเนินงา
“สสว.” ผนึกกำลัง “โรบินสันไลฟ์สไตล์” จัดเต็มสิทธิประโยชน์ SME เปิดพื้นที่ทดลองขาย/ยกเว้นค่าแรกเข้า พร้อม GP พิเศษ สสว. และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลงนาม MOU ให้สิทธิประโยชน์ผู้ประกอบการที่ลงทะเบียน SME ผู้รับบริการภาครัฐ จัดสรรพื้นที่ทดลองจำหน่ายสินค้าในร้าน Thai for Thai Local & Co. ยกเว้นค่าแรกเข้า (Entry Fee) พร้อม GP พิเศษ และการจัดสรรพื้นที่ทดลองจำหน่ายสินค้าสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า สสว. มีพันธกิจในการบูรณาการ และผลักดันการส่งเสริม MSME ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ MSME สามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล ผอ.สสว. เผยอีกว่า หนึ่งในงานสำคัญซึ่ง สสว. ได้ดำเนินการต่อเนื่อง คือ “งานพัฒนาสิทธิประโยชน์และผลักดันให้เกิดขึ้นจริงเพื่อการประกอบการ” หรือเรียกสั้น ๆ “งานพัฒนาสิทธิประโยชน์” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ เสริมสร้างความเข้มแข็งในการประกอบธุรกิจ และเชื่อมโยงข้อมูลสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงพัฒนาการให้บริการผู้ประกอบการให้
สสว. เร่งอุดหนุน MSME เพิ่มเติม ภายใต้โครงการฯ BDS หรือ “SME ปัง ตังได้คืน” จัดแคมเปญ “จ่ายหนึ่งหมื่น คืนเก้าพัน” ให้ MSME ทุกขนาด ในสัดส่วน 90% วงเงินไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับ MSME 5,000 รายแรก วันนี้ – 30 กันยายน 2566 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. มีพันธกิจในการบูรณาการ และผลักดันการส่งเสริม MSME ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ MSME สามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล โดยหนึ่งในโครงการสำคัญซึ่ง สสว. ได้ดำเนินการต่อเนื่อง และสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริม MSME ของรัฐบาลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ MSME ในมิติต่างๆ คือ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ “SME ปัง ตังได้คืน” ผอ.สสว. เผยอีกว่า เดิมโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS ให้การอุดหนุนวิสาหกิจรายย่อย (Micro) ที่เป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาซึ่งจดทะเบียนทำธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐ (SME-GP) ที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ที่สัดส่วน 80% แต่ไม่เกิน 50,000 บาท ขณะที่วิสาหกิจขนาดย่อม (Small) ภาคการผลิต ที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ห้องประชุม 1801 ชั้น 18 สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แถลงผลการดำเนินมาตรการ ‘SME ปัง ตังได้คืน’ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ Business Development Service ปี 2565 ภายใต้แนวคิดที่ต้องการช่วยผลักดันให้ SME ได้มีโอกาสเข้าถึงการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนายกระดับศักยภาพในด้านต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับธุรกิจ รวมถึงสามารถเปรียบเทียบราคาบริการ และต่อรองราคาจากหน่วยงานต่างๆ บนระบบ BDS ได้ด้วยตนเอง และ สสว. จะช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายแบบร่วมด้วยช่วยจ่าย (Co-Payment) ในสัดส่วน ร้อยละ 50-80 ตามขนาดของธุรกิจ สูงสุดถึงรายละ 200,000 บาท นายวีระพงศ์ กล่าวว่า หลังจากจากการเปิดตัวโครงการฯในเฟสแรกระยะเวลา 6 เดือน ให้บริการใน 3 หมวด คือ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายการตลาดในประเทศ และการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายการตลาดต่างประเทศ ได้รับการตอ
สสว. ผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน ผลักดัน “MSME Step Up” กว่า 400 ราย ยกระดับมาตรฐานสินค้า หนุนดิจิทัลเทคโนโลยี เชิญชวนช้อปสินค้าผ่านแคมเปญพิเศษ “SME HYBRID FAIR” บนช้อปปี้ นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจำนวนมาก การปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และการเข้าสู่ระบบของภาครัฐ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ สสว. สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ประกอบการ และดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว รวมทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในยุคนิวนอร์มอลและเน็กซ์นอร์มอล โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องอาศัยเงินหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง สสว. ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมพัฒนาและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ MSME จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จัดทำโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย (MSME Step Up) มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายท
สสว. หนุน “สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด” ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดร้านค้าออนไลน์บน Lazada จัดแคมเปญพิเศษ “ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด” สร้างรายได้ฝ่าวิกฤติ นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปีนี้ สสว. ได้ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย กิจกรรมพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) ปี 2021 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเป็นหน่วยร่วมดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และเพื่อสนับสนุนธุรกิจต้นแบบให้สามารถถ่ายทอดการจัดการองค์ความรู้ธุรกิจสู่ SME ในภูมิภาคต่อไป โดยหลายกิจกรรมในปีได้ปรับรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีเป้าหมายให้สามารถส่งเสริมรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตินี้ได้ด้วย “สสว. และหน่วยร่วมดำเนินการได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะให้กิจกรรมในโครงการสามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการได้สูงสุดภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-
สสว. ผนึกกำลัง 3 แพลตฟอร์มยักษ์ JD CENTRAL – LAZADA – SHOPEE พร้อมหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน หนุนผู้ประกอบการ SME กว่า 2,000 ราย จากทั่วประเทศ เปิดร้านค้าออนไลน์ ดันแคมเปญ “ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด” เดินหน้าสร้างรายได้ฝ่าวิกฤต นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปีนี้ สสว. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินงานหลากหลายโครงการ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรร่วมดำเนินการทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และหอการค้าไทย ร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการ มีการระดมความรู้อบรมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สาม
สสว. เปิดเวทีชี้แจงการดำเนินงานช่วยผู้ประกอบการปี 64 มุ่งเน้น 3 เป้าหมาย เพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งยังเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน ผ่านกองทุนฯ และเครือข่ายหน่วยร่วมดำเนินการ คาดจะช่วยเอสเอ็มอีได้ 3,700 ล้านบาท ขณะที่หน่วยร่วม ‘มทร.ธัญบุรี’ ตบเท้าเข้าร่วม ปีที่ 5 เจาะกลุ่มภาคกลางและปริมณฑล นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า สสว. ได้จัดประชุมชี้แจงการดำเนินงาน การเบิกจ่ายงบประมาณและการติดตามการดำเนินงานโครงการ ปีงบประมาณ 2564 แก่หน่วยร่วมดำเนินการให้ได้ทราบถึงทิศทางการดำเนินงาน โดยในปี 2564 จะมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก คือการเพิ่มผลิตภาพและลดต้นทุน การเพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และการเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน ทั้งผ่านกองทุน สสว. และเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งคาดว่า การดำเนินงานในปี 2564 จะสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 3,700 ล้านบาท โดยผ่านความร่วมมือของหน่วยร่วมดำเนินงานของ สสว. ซึ่งจะพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการได้ครบในทุกมิติ ผอ. สสว. ยังกล่าวอีกว่า สสว
นายวีระพงษ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดทำโครงการพัฒนากลไกกลาง เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ในปี 2563 เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ โดยมีสมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เป็นหน่วยร่วมดำเนินโครงการสร้าง e-Marketplace Platform ชื่อ Star Market เพื่อเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ สำหรับจัดจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ทั่วประเทศ สำหรับที่มาโครงการ Star Market นั้น สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้รับทราบแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมครบวงจร หรือมาตรการ MSMA 2020 จำนวน 13 มาตรการ เพื่อให้ความช่วยเหลือ SME ด้านการจำหน่ายสินค้า และได้มีมติเห็นชอบในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอนุมัติการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมครบวงจร ดำเนินการ 13 มาตรการ และ 1 ใน 13 มาตรการ คือ การส่งเสริมด้านการตลาดโดยการพัฒนากลไกกลางเพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจ ขยายฐานลูกค้า สร้างรายได้ยั่งยืน ผอ.สสว. ระบุว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
สสว. แถลงความสำเร็จโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยุค 4.0 มอบรางวัลสุดยอดสหกรณ์ COOP SELECT 4.0 พร้อมต่อยอดผลสำเร็จของการพัฒนาสหกรณ์ในทุกมิติเพื่อความยั่งยืน นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังงานแถลงความสำเร็จการดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยุค 4.0 ปี 2563 ว่า การดำเนินงานโครงการดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงานสหกรณ์ต้นแบบ COOP Select 4.0 และมอบรางวัลให้แก่ 5 สหกรณ์ดีเด่น ที่ผ่านการคัดเลือกจาก 100 สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ และพร้อมเดินหน้าสู่กระบวนการต่อยอดการพัฒนาสหกรณ์ในทุกมิติ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งเป็นการดำเนินงานระหว่าง สสว. กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (ทีเส็บ) สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจฐานรากของไทย ผอ.สสว. เผยว่า รูปแบบการดำเนินงานคือ การจัดอบรมความรู้และเตรียมความพร้อมการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ยุค 4.0 ให้แก่ สหกรณ์กว่า 200 แห่ง ทั่วประเทศ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นแน
