สหภาพยุโรป(อียู)
มกอช. สบช่องกระแสนิยมการบริโภคแมลงในตลาดโลกมาแรง เร่งจัดอบรม GAP ฟาร์มจิ้งหรีด แปลงใหญ่ รุกเสริมเขี้ยวเล็บเกษตรกรไทย รองรับอัตราการขยายตัวอุตสาหกรรมแมลงของไทยและเตรียมบุกตลาดส่งออก1,000 ล้าน ในตลาดโลกชี้ “จิ้งหรีด” จะกลายเป็น”อาหารใหม่” ที่สำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงทางอาหารของโลก นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสการบริโภคแมลงในตลาดโลกโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) กำลังมาแรง ส่งผลให้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ เอฟเอโอ (Food and Agriculture Organization of the United Nations; FAO) ได้ส่งเสริมให้คนหันมาบริโภคจิ้งหรีด ซึ่งเป็นแมลงที่บริโภคได้ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ที่มีราคาถูกและสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น ปัจจุบัน มีการค้าขายจิ้งหรีดในรูปแบบสด แช่แข็ง รวมถึงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทอด คั่ว หรือบรรจุกระป๋อง รวมทั้งทำเป็นผงบดเพื่อแปรรูปเป็นแป้งที่นำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ โดยปัจจุบันมีการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เช่น สหภาพยุโรป จีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งที่ผ่
ผู้สื่อข่าว “มติชน” รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ตามเวลาท้องถิ่น สหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศปลด “ใบเหลือง” ประมงไทยอย่างเป็นทางการแล้ว นับเป็นความสำเร็จของรัฐบาลในความพยายามเกือบ 4 ปี ในการยกระดับประมงไทยให้ปลอด ไอยูยู ขณะที่ “บิ๊กฉัตร” พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ยืนยันจะเดินหน้าจัดระเบียบประมงไทย ฟื้นทรัพยากรทางทะล ควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมง พร้อมเดินหน้าให้ไทยเป็นประเทศปลอด ไอยูยู โดยสมบูรณ์ และเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหา ไอยูยู ในระดับภูมิภาคต่อไป เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ แถลงข่าวร่วมกับ นายเคอเมนู เวลลา กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และประมง ที่สำนักงานใหญ่อียู ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดย นายเวลลา ระบุว่า ตนยินดีที่จะประกาศว่า สหภาพยุโรปได้ตัดสินใจปลดใบเหลืองประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไทยได้ดำเนินการด้านกฎหมายและด้านการปกครองตรงตามข้อบังคับสากลในการต่อต้านการทำประมง ไอยู
