สะตอ
สะตอ เป็นผักพื้นเมืองทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นที่นิยมบริโภคทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากสะตอเป็นพืชผักที่มีรสชาติดี สามารถปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ มีคุณค่าทางอาหารสูง มีคุณค่าทางเภสัชวิทยา คือช่วยลดความดันโลหิต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยลดน้ำตาลในเลือด และยังช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้อีกด้วย สะตอ เป็นพืชพื้นเมืองขึ้นอยู่ตามป่าภาคใต้ เกษตรกรจะเก็บมาปลูกแซมกับพืชอื่น ในอดีต สะตอ ที่ขึ้นชื่อที่สุด จะเป็น สะตอบ้านแร่ สะตอดีจากพัทลุง จาก สะตอบ้าน พัฒนามาเป็น สะตอตรัง คุณบุญชนะ วงศ์ชนะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร เล่าว่า ก่อนจะมาเป็น ผอ.ศวส. เชียงราย เป็นนักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง เห็นว่าผลผลิตสะตอในอดีตได้จากการเก็บจากในป่าทางภาคใต้ และเกษตรกรได้นำมาปลูกแซมกับพืชหลักชนิดอื่นๆ จนปัจจุบันมีผู้รู้จักและนิยมรับประทานสะตอกันมาก จึงทำให้ความต้องการของตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้น และได้มีการปลูกสะตอกันอย่างแพร่หลายไปเกือบทุกภาคของประเทศ ถึงอย่างไรก็ตาม ผลผลิตสะตอในปัจจุบันก็ยัง
ตรัง ตะลึง สะตอข้าวอายุ 100 ปี “ฝักดก เม็ดใหญ่ ยาว” เป็นที่ต้องการตลาด เพียงต้นเดียวต่อปี สร้างเงิน 4 หมื่นบาท เจ้าของปลูกไว้ 4 ต้น การันตีพิสูจน์รสชาติ ดีกว่าทั่วไป ที่ “สวนตาจัน ต้นไม้พันปี” หมู่ที่ 2 ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง นายสถิตย์ รัมนา (ลุงหมี) อายุ 53 ปี ได้ว่าจ้างชาวบ้านให้ขึ้นปีนต้นสะตอข้าว อายุกว่า 100 ปี จำนวน 4 ต้น หลังได้กำหนดเวลาเก็บเกี่ยว เพื่อขายในราคาฝักละ 3.50-5 บาท โดยปีนี้แต่ละต้นจะติดฝักประมาณต้นละ 800-1,000 ฝัก ซึ่งน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาภัยแล้งกินเวลายาวนานกว่า 3 เดือน แต่ผลผลิตสะตอข้าว ยังคงคุณภาพดี ให้ฝักยาว เม็ดใหญ่เท่ากับเหรียญ 5 บาท ส่วนรสชาติ หอม มัน กลิ่นฉุนน้อยกว่าสะตอทั่วไป จนเจ้าของสวนกล้าการันตีว่า สะตอในตำบลช่อง อำเภอนาโยง ซึ่งไม่เฉพาะสวนของตัวเอง แต่ทั้งตำบล เป็นสะตอที่มีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร เพราะสภาพดินเดิมเป็นดินภูเขา ติดกับเทือกเขาบรรทัด ทำให้มีแร่ธาตุในดินและสารอาหารที่ครบถ้วน สะตอจึงมีความกรอบ ความมันและความขมอ่อนๆ จนมีลูกค้าสั่งจองล่วงหน้ากันแบบปีต่อปีเลยทีเดียว สร้างรายได้ตั้งแต่ 30,000-40,000 บาทต่อปี ซึ่งสะตอข้าวที่
สะตอ…เป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรในพื้นถิ่นจังหวัดศรีสะเกษปลูกมานานกว่าสิบปี ฝักสะตอมีลักษณะแบนยาว ในฝักมี 10-20 เมล็ด นิยมนำเมล็ดสะตอสดไปจิ้มน้ำพริก สะตอผัดเปรี้ยวหวาน หรือผัดกะปิสะตอกุ้ง สรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ ขับปัสสาวะ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต หรือช่วยไม่ให้เกิดหลอดเลือดอุดตัน เกษตรกรที่อำเภอขุนหาญ ได้ปลูกสะตอเป็นพืชแซมในสวนไม้ผล เป็นพืชเศรษฐกิจเสริมรายได้เงินแสนให้ก้าวสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคง คุณรัตดา คงสีไพร เกษตรอำเภอขุนหาญ เล่าให้ฟังว่า การทำการเกษตรหรือปลูกพืชเชิงเดี่ยวมักจะมีความเสี่ยงสูงได้ทั้งจากสาเหตุของสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน ฝนแล้ง น้ำท่วม หรือศัตรูพืชเข้าทำลาย ใช้ต้นทุนการผลิตที่สูง หรือไม่สามารถกำหนดราคาซื้อขายได้ จึงมักส่งผลให้ไม่มั่นคงในการยังชีพ แนวทางส่งเสริมการปลูกและพัฒนาคุณภาพผลไม้ สำนักงานเกษตรอำเภอขุนหาญ ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ และอีกหลายหน่วยงาน ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด หรือลองกอง ผสมผสานและส่งเสริมการปลูกและผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลไม้คุณภาพ
กรมวิชาการเกษตร ส่งสะตอพันธุ์ตรัง 1 ถึงมือเกษตรกร ชูจุดขายให้ผลผลิตนอกฤดู เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เผยเป็นสะตอผลิตนอกฤดูพันธุ์แรกของกรม ใช้เวลาปลูกสั้น 3 ปีให้ผลผลิตแถมเก็บขายได้มากกว่า 1 ครั้ง ต่อปี ต้นไม่สูงมาก เก็บเกี่ยวง่าย ฝักตรง ยาว เมล็ดมีขนาดสม่ำเสมอเรียงชิดติดกันตลอดทั้งฝัก ง่ายต่อการขนส่ง รสชาติดีหวานมันโดนใจนักเปิบสะตอ คุณพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สะตอเป็นพืชพื้นเมืองทางภาคใต้ของประเทศไทย ถือเป็นพืชผักเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด มีคุณค่าทางอาหารและทางสมุนไพร ทำให้ความต้องการบริโภคสะตอของตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรสนใจปลูกสะตอกันอย่างแพร่หลายเกือบทุกภาคของประเทศ แต่ในปัจจุบันผลผลิตสะตอยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องจากสะตอให้ผลผลิตได้เป็นช่วงฤดู คือจะให้ผลผลิตมากในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม รวมทั้งสะตอพันธุ์ที่เกษตรกรเพาะปลูกส่วนใหญ่จะใช้วิธีการขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ทำให้ได้ผลผลิตช้า จากสถานการณ์ดังกล่าวคณะนักวิจัยศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง กรมวิชาการเกษตร จึงมีแนวคิดพัฒนาปรับปรุงพันธุ์สะตอ
สะตอ อีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ สะตอเป็นพืชผักยืนต้นที่ชาวภาคใต้ส่วนใหญ่นิยมปลูกไว้เป็นรั้วกั้นเขต หรือปลูกเป็นพืชแซมไว้ตามหัวไร่ปลายนาบ้าง แต่ใครจะรู้ว่าพืชที่ปลูกแซม ปลูกแบบไม่ได้ตั้งใจปลูกอย่างสะตอนี่แหละคือพืชที่สร้างรายได้ดีอย่างไม่ทันตั้งตัว คุณปาจรีย์ สว่างศรี หรือ พี่ปลา เกษตรกรสาวผู้สร้างรายได้จากการขายสะตอออนไลน์กว่าวันละหมื่น อยู่ที่บ้านเลขที่ 42 บ้านปากเหล หมู่ที่ 2 ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เรียนจบคณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากเรียนจบได้เข้าทำงานที่ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพังงา (สนพ. พังงา) ทำอยู่ได้ระยะหนึ่งก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องออกจากงานเพื่อกลับมาดูแลพ่อแม่ที่อายุมาก และมีอาการเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง โดยพื้นฐานครอบครัวพี่ปลาเป็นเกษตรกรมาก่อน คุณพ่อคุณแม่เป็นเกษตรกรทำสวนยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน และทำสวนไม้ผล เงาะ มังคุด ทุเรียน มีปลูกสะตอไว้เป็นพืชแซมในสวน และปลูกตามหัวไร่ปลายสวนอยู่บ้าง แต่ช่วงหลังต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งบ่อย ต้นไม้ยืนต้นตาย จึงจำเป็นต้องลดพื้นที่การปลูกไม้ผลให้น้อยลง แล้วหันมาดูแลสะตอให้มากขึ้น เพราะสะตอเป็นพืชที่ปลูกดูแลง่ายและสร
สะตอ พืชท้องถิ่นที่อยู่คู่ภาคใต้มาช้านาน ด้วยความอร่อยล้ำมีกลิ่นเฉพาะตัว ใครกินแล้วกลิ่นติดปากอยู่นาน ผนวกกับปัจจุบันสะตอสามารถปลูกได้ในภาคอื่นนอกจากภาคใต้ จึงเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจปลูกกันไว้รอบรั้วบ้าน สะตอ มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด เช่น จังหวัดชุมพร หรือสุราษฎร์ธานี เรียกว่า “สะตอ” หรือ “กะตอ” หรือตามแต่ละท้องถิ่นในภาคใต้เรียก นอกจากสะตอจะปลูกกันมากในทางภาคใต้ของประเทศไทยแล้วยังมีปลูกในประเทศมาเลเซียรวมถึงอินโดนีเซียด้วย สายพันธุ์สะตอที่ปลูกอยู่ในภาคใต้คือ พันธุ์สะตอข้าว สะตอดาน นอกจากสะตอมีการปลูกไว้ในสวนหรือหัวไร่ปลายนาแล้วยังมีเกษตรกรทำสวนสะตอปลูกส่งขายสู่จังหวัดภาคใต้ ส่วนหนึ่งได้มีการส่งขายเข้ามาภายในกรุงเทพมหานครด้วย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชื่อสามัญ Pakria ชื่อวิทยาศาสตร์ Pakria speciosa Hassk. จัดอยู่ในวงศ์ Leguminosae ลำต้นค่อนข้างสูง ประมาณ 20-30 เมตร เปลือกหนาสีน้ำตาล ผิวเรียบ มีรากแก้วช่วยพยุงลำต้น เมล็ดสะตอเกิดจากรังไข่ที่ผสมแล้ว เมล็ดมีสีเขียวเรียงตามแนวขวางกับฝัก เมล็ดมีรูปร่างรี สะตอหนึ่งฝักมีเมล็ดประมาณ 7-20 เมล็ด ลักษณะใบของต้นสะตอก้านทางใ
ศูนย์วิจัยพืชสวนลุยขยายพันธุ์สะตอพันธุ์ตรัง 1 สายพันธุ์แรกของไทย ซึ่งให้ผลผลิตดีและมีคุณภาพ หวังให้เกษตรกรปลูกเพื่อส่งออก โดยเฉพาะประเทศจีน พร้อมชูเมนู “กุ้งผัดสะตอ” ช่วยเปิดตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า นายศุกร์ เก็บไว้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง พร้อมด้วยทีมนักวิชาการ นำโดย นายบุญชนะ วงศ์ชนะ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ได้ลงไปสำรวจแปลงสะตอพันธุ์ตรัง 1 ซึ่งเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร สายพันธุ์แรกของไทย และที่ดีที่สุดของโลกในขณะนี้ เพื่อพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจพื้นบ้านภาคใต้ชนิดใหม่ เนื่องจากใช้เวลาปลูกแค่เพียง 3 ปี ก็สามารถให้ผลผลิตได้แล้ว จากเดิมพันธุ์พื้นบ้านซึ่งต้องใช้เวลา 4-7 ปี รวมทั้งยังให้ผลผลิตถึงปีละ 2 ครั้ง นอกจากนั้น ยังมีลำต้นไม่สูง จึงดูแลหรือเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย ส่วนฝักสะตอก็จะแน่น ตรง ขณะที่เม็ดจะมีเนื้อมัน กลิ่นฉุนน้อย ทั้งนี้ สะตอพันธุ์ตรัง 1 เป็นสะตอข้าวที่เก็บต้นพันธุ์มาจากสวนเกษตรกรในภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2540-2543 ก่อนนำมาขยายพันธุ์ด้วยการติดตา แล้วปลูกทดสอบเพื่อศึกษาการเจริญเติบโต จนได้สะตอที่มีคุณภาพของฝักและเมล็ดดี สามารถให้ผลผลิตสูง ทั้งในฤด
สายสกุลทางพ่อผมเป็นคนไทยเชื้อจีน “ฝ่ายท่า” อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อพากันมาตั้งหลักปักฐานที่ราชบุรีโดยมีย่ามาอยู่ด้วย ร่องรอยกับข้าวหลายอย่างสมัยที่ผมจำได้ตอนเด็กๆ จึงมีกลิ่นไออาหารใต้แบบสุราษฎร์ๆ เช่น ผัดสะตอใส่กะปิที่จะชวนทำกระทะนี้ก็ด้วยครับ ผัดสะตอนั้นเป็นกับข้าวที่ถ้าใครเป็นคนชอบกินสะตอ ก็คงถือว่าเป็นสำรับอันวิเศษเสมอทุกจานไป ไม่ว่าจะผัดพริกแกง สีแดงๆ น้ำมันเยิ้มๆ ใส่หมูชิ้นนุ่มๆ, ผัดกะเพราไก่สับแบบตำพริกเหลืองหยาบๆ ใส่ใบกะเพราไม่ต้องมาก, หรือผัดพริกแกงกับเนื้อปลาทอด พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ หยอดหัวกะทิ ใส่ใบโหระพา แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ผมมารู้จักเอาหลังออกจากบ้านมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ แล้วทั้งสิ้น ที่บ้านผมแต่ก่อนนั้น เวลาจะทำ “ผัดสะตอ” กิน เมื่อไปได้สะตอข้าวมันๆ เนื้อแน่นๆ มา ก็จะเอามีดคมๆ เฉือนครึ่งเม็ดแต่ละเม็ดบนตัวฝักสด ปลิ้นเอาเนื้อเม็ดเขียวๆ นั้นแช่น้ำให้พองกรอบสักครู่ รินน้ำกลิ่นฉุนนั้นทิ้งไป ขั้นตอนนี้ คนชอบกินสะตอเหนียวๆ หนึบๆ จะข้ามไปเสียก็ได้นะครับ ทีนี้เตรียมเครื่องปรุง มีหอมใหญ่หั่นหนาๆ พริกชี้ฟ้าเขียวแดงเหลืองหั่นแฉลบ หมูสามชั้นหั่นบางๆ หมูเนื้อแดงก็เช่นกัน ถ้าวันไห
