สังคมสูงวัย
หลังวางรากฐานการขยายรัศมีการดูแลพื้นที่เข้าถึงบริการสุขภาพผู้สูงวัยในช่วงที่ผ่านมา บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทยมายาวนานตลอด 57 ปี เดินหน้าต่อยอดสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ที่เน้นสร้างระบบการเรียนรู้ในชุมชน ล่าสุดลงพื้นที่โรงเรียนผู้สูงอายุชุมชนในชาก อ.ศรีราชา เมื่อเร็ว ๆ นี้ สะท้อนการขับเคลื่อนสังคมสูงวัยผ่านองค์ความรู้ บริการจริง และความยั่งยืนควบคู่กัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ มุ่งสร้างประสบการณ์เรียนรู้ที่ผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรม “บริหารช่องปากด้วยเทคนิค KENKOBI (เคนโคบิ)” ซึ่งพัฒนาจากงานวิจัยของ Dr. Noriko Takei เน้นการฝึกกล้ามเนื้อเพื่อการบดเคี้ยวและการกลืน กระตุ้นต่อมน้ำลาย และลดความเสี่ยงการสำลักอาหาร อันเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของผู้สูงวัย ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือช่วยลดปัญหาอาหารหล่นจากปากและการสำลักอาหารได้ ควบคู่กันกับการให้บริการตรวจสุขภาพช่องปากโดยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ Lion Smile Express ที่ยกทีมทันตแพทย์และอุปกรณ์ครบครันออกให้บริการถึงชุมชน ช่วยลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และเพิ่มโอกาสเข้าถ
ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ และเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในปี 2565 สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างแรงงาน อันมีผลต่อรายได้ในอนาคต เนื่องจากแรงงานที่เกษียณอายุไม่มีรายได้ ต้องพึ่งพาลูกหลาน ส่งผลให้คนทำงานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าต้องมีภาระเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนมากขาดบุตรหลานพึ่งพิงและไม่มีเงินออมเพียงพอจะใช้ในการดำรงชีวิตบั้นปลาย ส่งผลต่อการใช้ชีวิต กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าว จึงมอบหมายภารกิจตามนโยบายสำคัญของ อว. ในยุทธศาสตร์ Quick Wins เรื่อง “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการสร้างกลไกการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย โดยคนเกษียณหรือผู้สูงอายุควรได้รับโอกาสและสร้างแรงจูงใจในการเข้าสู่สังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นและพัฒนาศักยภาพในการทำงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดงานในภาครัฐและภาคเอกชน หรือความต้องการในการทำงานให้ได้มีโอกาสเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักง
อภัยภูเบศร จัดเสวนา “รับมือสังคมสูงวัย ด้วยสมุนไพรชะลอสมองเสื่อม” เปิดงานวิจัยทั่วโลกที่ใช้สมุนไพรเสริมสร้างสมอง พร้อมโชว์ “อภัยบี” ผลวิจัยสัญชาติไทย ชะลอความจำเสื่อม ลงทะเบียนร่วมงานได้แล้ววันนี้ จากสถิติของกรมกิจการเพื่อผู้สูงอายุ รายงานว่า ในปี 2565 ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุที่มากถึง 18.3% ของประชากรทั้งหมด เมื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ภาวะการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด โดยเฉพาะ “ภาวะสมองเสื่อม” เป็นปัญหาสุขภาพที่หลายๆ คนกังวล เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะควบคุมการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกาย และยังช่วยควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างด้วย ดังนั้น การเจ็บป่วยของสมองจึงไม่ได้ส่งผลแค่ร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อการดำรงชีวิตในชีวิต มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้จัดเสวนาวิชาการ “รับมือสังคมสูงวัย ด้วยสมุนไพรชะลอสมองเสื่อม“ ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ณ ศูนย์การค้า เกทเวย์ แอท บางซื่อ (Gateway at Bangsue) ชั้น 1 ตรงข้ามโรงพยาบาลบางโพ กรุงเทพมหานคร โดยการเสวนา
เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้า ‘โครงการบริหารช่องปากผู้สูงวัยด้วย Kenkobi’ (ปากสวยสุขภาพดี) โดยร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ชุมชนทุ่งกราด (เทศบาลแหลมฉบัง) อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่ออบรมหลักสูตรการบริหารช่องปากแบบ Kenkobi พร้อมแนะนำวิธีการการดูแลสุขภาพภายในช่องปากให้กับผู้สูงวัยสำหรับการอบรมหลักสูตรการบริหารช่องปากแบบ Kenkobi ที่วิจัยหลักสูตรโดย Dr.Noriko Takei เป็นวิธีการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณช่องปาก ช่วยในการฝึกเคี้ยวอาหาร การฝึกกล้ามเนื้อใช้กลืน กระตุ้นต่อมน้ำลาย และกระตุ้นสมอง โดยต้องทำควบคู่กับการรักษาสุขอนามัยช่องปาก เพื่อป้องกันโรคฟันผุ โรคเหงือก กลิ่นปาก และโรคปอดอักเสบจากการสำลัก หากผู้สูงอายุหมั่นบริหารช่องปากแบบ Kenkobi อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า ผู้สูงอายุที่ได้รับการอบรมและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มีสุขภาพช่องปากดีขึ้น ลดปัญหาอาหารหล่นจากปาก อาการคอแห้งลดลง การบดเคี้ยวและการกลืนดีขึ้น การสำลักอาหารลดลง
หลายคนไม่อยากแก่ ไม่อยากเข้าใกล้วัยชรา ต่างสรรหาวิธีการต่างๆ มากมาย ซึ่งหลายอย่างไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่หลายอย่างก็เสี่ยงอันตราย ช่วงที่ผ่านมาหลายคนจึงหันมาพึ่งพาสมุนไพร โดยเฉพาะอาหารที่มาจากธรรมชาติกันมาก เพราะหวังว่าจะช่วยให้ชีวิตยืนยาว ปลอดโรค แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องบริโภคปริมาณ หรือขนาดเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง เรื่องนี้ ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี อธิบายว่า จริงๆ เราสามารถบริโภคอาหารเพื่อดูแลสุขภาพได้ โดยหลักการแพทย์แผนไทย อย่างโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะเน้น 4 กลไก ในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มฮอร์โมน เนื่องจากการวิจัยในปัจจุบันพบว่า การที่ร่างกายของคนเราชราลงเกิดจาก 4 กลไกนี้ เราจึงพยายามหาสมุนไพรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ 4 กลไกนี้ ว่าจะเลือกกินเลือกใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับสุขภาพ 1.สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ ก็จะมี หนึ่ง-ขมิ้นชัน ที่รู้จักกันดี ซึ่งสามารถนำมาใช้ทั้งกินทั้งทาได้หมด เพราะปัจจุบันมีงานวิจัยมากมาย ช่วยในเรื่องการป้องกันตั้งแต่ก่อนเป็นม
นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย ปี 2560 เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลลักษณะทางประชากร เศรษฐกิจ สังคม ภาวะสุขภาพ การเกื้อหนุน ตลอดจนลักษณะการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ซึ่งเก็บข้อมูลตัวอย่าง 83,880 ครัวเรือน ระหว่างเดือน มิถุนายน-สิงหาคม 2560 โดยได้รายงานผลการสำรวจแก่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้ว เพื่อใช้ในการวางแผนยุทธศาสตร์ และนโยบายของชาติ สอดคล้องกับสภาพสังคม นายภุชพงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้สำรวจประชากรผู้สูงอายุในปี 2560 เป็นครั้งที่ 6 พบว่ามีจำนวนผู้สูงอายุทั้งสิ้น 11.3 ล้านคน คิดเป็น 16.7% จากจำนวนประชากรทั้งสิ้น 67.6 ล้านคน โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากปี 2537 มีจำนวนผู้สูงอายุ 6.8% ปี 2545 มีจำนวนผู้สูงอายุ 9.4% ปี 2550 มีจำนวนผู้สูงอายุ 10.7% ปี 2554 มีจำนวนผู้สูงอายุ 12.2% และปี 2557 มีจำนวนผู้สูงอายุ 16.7% ขณะที่เมื่อแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุประจำปี 2560 ออกเป็น 3 ช่วงวัย คือ ผู้สูงอายุวัยต้น (60-69ปี) ผู้สูงอายุวัยกลาง (70-79ปี) และผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80ปีขึ้นไป) พบว่า ผู้สูงอายุของไทยส่วนใหญ่มีอายุ
