สับปะรดราคาตก
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่วัดพุทธวนาราม ( วัดป่าวังน้ำเย็น) ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พระครูภาวนาชยานุสิฐ หรือพระอาจารย์ สุริยันต์ โฆสปัญโญประธานสงฆ์วัดป่าวังน้ำเย็น แจกสับปะรด ให้กับญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญไหว้พระ หลังจากมีญาติธรรมนำสับปะรดที่ซื้อจากชาวสวน ที่ จ.ชัยภูมิ มาถวาย จำนวน 702 กิโลกรัม เนื่องจากราคาสับปะรดที่ตกต่ำ โดยมีประชาชนที่มาไหว้พระทำบุญที่วัด มารับแจกสัปปะรดเป็นจำนวนมาก พระครูภาวนาชยานุสิฐ หรือพระอาจารย์ สุริยันต์ โฆสปัญโญประธานสงฆ์วัดป่าวังน้ำเย็น กล่าวว่า สัปปะรดจำนวน 702 กิโลกรัม ที่นำมาแจกนี้ มีญาติโยมที่เดินทางมาจาก จ.ชัยภูมิ เพื่อมาทำบุญ ไหว้พระที่วัด นำมาถวายให้ โดยญาติโยมที่นำสับปะรดมาถวายบอกว่า ได้เหมาสับปะรดทั้งหมดมาจากพ่อค้าเร่ ที่ขายสับปะรดอยู่ริมทาง ดูท่าทางแล้วน่าจะขายไม่ดี เพราะช่วงนี้ราคาสับปะรดตกต่ำ จึงได้เหมาสับปะรดทั้งหมดมาบริจาคให้กับทางวัด เพื่อให้แจกญาติโยมสาธุชนที่มาทำบุญที่วัดต่อไป ซึ่งมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมารับบริจาคจำนวนมาก ทั้งนี้วัดพุทธวนาราม ( วัดป่าวังน้ำเย็น) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีถาวรวัตถุหลายอย่าง อาทิ ศาลาปฏิ
สับปะรดราคาตก – เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดจากพื้นที่ทางตอนใต้ของไต้หวัน นำสับปะรดมาวางกองไว้ระหว่างการชุมนุมที่กรุงไทเป ไต้หวัน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อประท้วงที่รัฐบาลไม่สามารถทำให้ราคาสับปะรดสูงขึ้นได้ เนื่องจากราคาสับปะรดตกต่ำลงอย่างมากจนกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด (เอเอฟพี)
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่บริเวณด้านหลังศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำกระเทียมตัดจุก จำนวน 4,000 กิโลกรัม ตามโครงการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาด มอบให้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำหน่ายประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ในราคากิโลกรัมละ 67 บาท เพื่อเป็นการกระจายผลผลิตกระเทียมแห้งของเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายใต้แนวคิด Farm to Kitchen จากนั้น นายมนตรี พันธุ์ภัคดีนุพงษ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม. 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้ติดต่อทาง นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นำรถสิบล้อบรรทุกสับปะรด จำนวน 10 ตัน มาจาก จ.ลำปาง เพื่อแจกให้กับประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีอำเภอทั้ง 10 อำเภอ ใน จ.สุพรรณบุรี ได้นำรถมาขนสับปะรดเพื่อไปแจกจ่ายประชาชนทั้งจังหวัด และแบ่งให้ประชาชน ข้าราชการ ที่ศาลากลาง นำไปรับประทานกัน นายมนตรี กล่าวว่า ได้ไปรับงานออแกไนซ์ที่ จ.ลำปาง ได้เห็นชาวไร่ชาวสวนนำสับปะรดมาวางขายตามถนนข้างทางเป็นจำนวนมาก และเห็นสับปะรดมีการเน่า เสียห
วันที่ 4 ตุลาคม นายสมจิตร งุ่ยไก่ แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการสนับสนุนหน่อพันธุ์สับปะรด เอ็มดี 2 หรือสายพันธุ์สยามโกลด์ สำหรับรับประทานผลสดจากงบพัฒนาจังหวัดของหน่วยงานราชการจำนวน 2,000 หน่อ เพื่อปลูกทดแทนสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียสำหรับส่งโรงงานแปรรูป ล่าสุดจะทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ แต่ประสบปัญหาทางราชการยังไม่มีตลาดรองรับ ขณะที่การจำหน่ายผ่านแผงสับปะรดราคากิโลกรัมละ 5-7 บาทเท่านั้น ซึ่งยอมรับว่าไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตทุกด้าน เนื่องจากทางราชการจัดซื้อหน่อพันธุ์จากเอกชนต้นละ 30 บาท “ขณะที่หน่อสับปะรดปัตตาเวียสายพันธุ์ดั้งเดิม ราคาต้นละ 70-80 สตางค์ แต่กำหนดราคาจำหน่ายให้โรงงานแปรรูปที่ กก.ละ 4-4.40 บาท ดังนั้น หากผลผลิตสับปะรดพันธุ์สยามโกลด์จำหน่ายไม่ได้ราคา ประกอบกับมีผลผลิตจำนวนมาก ก็จะนำไปแจกให้ประชาชนกินฟรี ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษมเส้นทางขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากการนำไปแปรรูปเพื่อทำสับปะรดกวนก็ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนการผลิตเช่นกัน และปัญหาจากการหาตลาดล่วงหน้าเพื่อจำหน่ายผลผลิตในราคา กก.ละ 1
