สายพันธุ์กบ
คุณสุวรรณดี ขวัญเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง ให้ข้อมูลว่า ทางศูนย์ได้มีการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดหลายชนิด เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและอีกส่วนส่งจำหน่ายให้กับเกษตรกร พร้อมกันนี้ยังมีการส่งเสริมเกษตรกรคือการให้องค์ความรู้ เพื่อให้สามารถผลิตและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ดังนั้น การส่งเสริมของศูนย์วิจัยฯ จึงมีความสำคัญต่อการทำประมงของเกษตรกรในพื้นที่ “ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีขอบเขตความรับผิดชอบหลายด้าน เพื่อให้การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำมีมาตรฐาน ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ยังต้องการพัฒนาอีกหลายด้าน ก็จะมีบางท่านหรือเกษตรกรบางรายเข้ามาเรียนรู้ ในเรื่องของการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจากทางศูนย์ จากนั้นนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด และปรับใช้กับอาชีพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น อยากจะฝากถึงท่านใดที่มีความสนใจจะทำอาชีพประมง อยากให้ศึกษาข้อมูลในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการทำตลาด ถ้าสำรวจตลาดไว้เป็นอย่างดี สินค้าประมงที่ผลิตออกมา มีตลาดรองรับได้อย่างแน่นอน” คุณสุวรรณดี กล่าว คุณชวลิต วรรณบวร หรือ คุณปอ เจ้าของแสงบุญมา กบทองฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 128 หมู่ที่ 5
ด้วยสภาพทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า มีความชุ่มชื้น ตลอดจนเกิดลำธารน้ำจากภูเขาน้อยใหญ่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเอื้อต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ป่าทางธรรมชาติหลายชนิด รวมถึงเขียดแลวหรือกบภูเขาด้วย ทั้งนี้ เขียดแลว มักพบได้มากในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ส่วนบริเวณชายแดนไทย-พม่า มักพบมากในบริเวณป่าชุ่มชื้นที่มีลำธารน้ำไหล อย่างอำเภอแม่สะเรียง อำเภอปาย ขุนยวม สบเมย ในอดีตประชากรเขียดแลวมีจำนวนมากจัดเป็นอีกเมนูที่ชาวแม่ฮ่องสอนนำมาบริโภคเหมือนอาหารพื้นบ้านทั่วไป อีกทั้งยังได้รับความนิยมแพร่หลายตามร้านอาหารหลายแห่งกระทั่งจำนวนลดลงในสภาวะอันตรายถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ จนต้องมีการรณรงค์เพื่อหยุดจับเขียดแลวบริโภคกันเลย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่าจะขาดแคลนอาหาร จึงได้มีพระราชเสาวนีย์แก่กรมประมงให้พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรด้วยการเพิ่มประชากรเขียดแลวเพื่อรักษาสมดุลทางธรรมชาติและเป็นอาหารของประชาชนในโครงการธนาคารอาหารชุมชน (FOOD BANK) ตามพระราชดำริ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองพระรา
