สายพันธุ์กาแฟ
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มี ความหลากหลายทางภูมิประเทศและภูมิอากาศ จึงเอื้อต่อการปลูกกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่ภาคเหนือที่เย็นสบาย เหมาะกับกาแฟอาราบิก้า ไปจนถึงภาคใต้ที่ชื้นร้อน เหมาะกับโรบัสต้าและลิเบอริก้า กาแฟแต่ละสายพันธุ์ไม่เพียงแค่ต่างกันที่รสชาติและกลิ่น แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาการเกษตรในแต่ละถิ่นอย่างลึกซึ้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กาแฟไทย ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีสายพันธุ์หลักที่นิยมปลูกคือ อาราบีก้า และ โรบัสต้า จุดเด่นของต้นกาแฟคือสามารถทนแล้ง ทนฝน ดูแลง่าย และไม่ต้องรดน้ำบ่อย จึงเข้ากับภูมิประเทศและภูมิอากาศของไทยเป็นอย่างดี พื้นที่เพาะปลูกกาแฟสำคัญอยู่ใน ภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งต่างมีเงื่อนไขทางธรรมชาติที่เหมาะกับสายพันธุ์ต่างกัน ทำให้กาแฟที่ได้มีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่โดดเด่นไม่แพ้ประเทศใดในโลก สำหรับ ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ถือเป็นแหล่งปลูก กาแฟอาราบีก้า ชั้นดี ด้วยอากาศเย็นตลอดปีและพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล ต้นกาแฟจึงเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ให้เมล็ดคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการทั้งในและ
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8สิงหาคม 2567 ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้างานพัฒนาและวิจัยพันธุ์พืชของหน่วยงานวิจัยภาคเหนือตอนบน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 และศูนย์เครือข่ายของกรมวิชาการเกษตร(กวก.) ได้สั่งการให้นายอนันต์ ปัญญาเพิ่ม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ เร่งขึ้นทะเบียนพันธุ์กาแฟ Geisha และ Java ที่มีการรวบรวมไว้ที่ศูนย์วิจัยฯ ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 เพื่อคุ้มครองสิทธิ์และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพกาแฟไทย ปัจจุบันกรมมีกาแฟสายพันธุ์กวก.เชียงใหม่ 80 กวก.เชียงราย1 และ 2 ซึ่งมีกลิ่น รส เป็นเอกลักษณ์ ต้านทานโรคราสนิมและมีผลผลิตที่ดีเป็นพันธุ์แนะนำให้เกษตรกรนำไปปลูกเชิงพาณิชย์ นอกจากนั้นกรมยังได้เตรียมรับรองพันธุ์ชาแม่จอนหลวงเบอร์ 3 ที่อยู่ในขั้นตอนขอรับรองเป็นพันธุ์แนะนำ เป็นชาคุณภาพสูงเหมาะแปรรูปเป็นชาเขียวมัทฉะ เบื้องต้นมีบริษัทเอกชนรายใหญ่ในจังหวัดเชียงรายสนใจติดต่อซื้อกล้าพันธุ์ชาจำนวนมากเป็นการตอกย้ำเรื่องคุณภาพสายพันธุ์ดังกล่าว “กรมไม่เคยหยุดนิ่งในการวิจัยพัฒนาพันธุ์พืช สำหรับกาแฟทั้งอะราบิกา -โร
เวลานี้ไม่ว่าจะเดินทางแวะเวียนไปที่แห่งใด สิ่งที่ได้สัมผัสพบเจอ และเหมือนเป็นความคุ้นชิน นั่นคือคำถามทักทาย “เช้านี้คุณดื่มกาแฟหรือยัง” หรือบางทีมีเสียงกระซิบบอก “กาแฟถ้วยนะ” ทุกวันนี้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมไทยในยุคนี้ ดูเหมือนว่าจะสัมผัสกับกลิ่นไอ และรสชาติของ “กาแฟ” อยู่ตลอดทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่ตื่นเช้า ถึงเย็นย่ำค่ำคืน หรือดึกดื่น ชีวิตแต่ละคนล้วนมีเหตุที่ต้องข้องเกี่ยวกับกาแฟอยู่เสมอ ก็อาจมีบ้างบางคนที่ไม่ดื่มกาแฟ แต่ก็เชื่อว่ารู้จักกาแฟ และมีส่วนใกล้ชิดสัมผัสกับกาแฟกันอยู่เป็นประจำ จนคุ้นเคยเหมือนเป็นเพื่อนรัก มีใครบางคนบอกอีกว่า ใช้เป็นยารักษาโรค หรืออาการผิดปกติของร่างกาย แม้แต่ช่วยเสริมสร้างบางอย่างที่ขาดหายของคนเราได้ หลายโรคหลายอาการ คำว่า “กาแฟ” หรือ “คอฟฟี่” (coffee) เป็นคำที่มาจากรากศัพท์ภาษาอะราบิก คือคำว่า “ควาฮ์วาฮ์” เป็นภาษากวี หมายถึง ไวน์ แต่เพื่อหลีกหนีสิ่งที่มีแอลกอฮอล์ ของต้องห้ามในศาสนาอิสลาม ได้เปลี่ยนสำเนียงเรียกเป็น “คาเวย์” ต่อมาเป็น “คราฟฟี่” และ “คอฟฟี่” ในที่สุด มีภาษาเรียกแตกต่างออกไปอีกหลายชื่อ เช่น คาเฟ่ ของฝรั่งเศส คัฟเฟ่ ของเยอรมัน และอังกฤษเรียกค
