สารกาแฟ
ที่ตำบลบ้านเสด็จ จังหวัดลำปาง สามีภรรยามีภูมิลำเนาเดิมอยู่คนละจังหวัด แต่ไปตั้งหลักปักฐานปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่จังหวัดลำปาง จากเมล็ดพันธุ์ทดลองเพาะ ปลูกด้วยตนเองอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดประสบผลสำเร็จ และได้สร้างนวัตกรรมเกษตร นำเมล็ดพันธุ์โรบัสต้าสายพันธุ์ดีและสายพันธุ์พื้นเมือง มาเพาะพันธุ์จนได้กาแฟโรบัสต้าต้นใหม่ ที่ผิดแปลกไปจากต้นกาแฟโรบัสต้าโดยทั่วไป คุณทรงวุธ มีศิริ อายุ 49 ปี ภรรยา คุณนุชจรี รัศมี อายุ 35 ปี ตั้งบ้านเรือนอยู่เลขที่ 733 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โทร. (098) 975-7132 เจ้าของสวน “ศิริรัศมี” มาจากชื่อสกุล มีศิริ และ รัศมี เป็นมาอย่างไร จึงมาปลูกกาแฟโรบัสต้าที่ลำปาง ผู้เขียนตั้งคำถาม คุณทรงวุธ ลำดับเหตุการณ์ย้อนอดีตให้ฟังว่า ตนเองมีถิ่นกำเนิดอยู่จังหวัดชลบุรี ส่วนภรรยาเป็นชาวจังหวัดชุมพร เดิมมีอาชีพรับเหมา รายได้ดีพอมีเงินเก็บ แต่งานหนัก ยังไม่มีที่ดิน คิดอยากทำการเกษตร แต่ที่ดินในแถบนั้นถูกซื้อไปเพื่อทำอุตสาหกรรม ประกอบอาชีพนี้มา 10 ปี มีปัญหาสุขภาพเป็นกระดูกทับเส้น เดินไม่ได้ 7 เดือน ใช้เงินที่เก็บออมไว้มารักษาตัวจนแทบจะไม่เหลือ มีอยู่ปีหนึ่
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านหนองแคน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการรวมกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีการพัฒนาด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาดในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านหนองแคน พื้นที่หมู่ 9 บ้านหนองแคน ตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย มีสมาชิกเกษตรกร 20 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ประมาณ 300 ไร่ ให้ผลผลิตที่เป็นสารกาแฟแล้ว 24,000 กิโลกรัม ทางกลุ่มจะจำหน่ายในรูปของสารกาแฟ จำนวน 23,000 กิโลกรัม (ราคา 73 บาท/กก.) ส่วนที่เหลืออีก 1,000 กิโลกรัม จะนำมาแปรรูปเป็นการแฟคั่วบด กาแฟซองดีฟ สบู่กาแฟสมุนไพร และชาดอกกาแฟ ในชื่อแบรนด์ “ชื่น-เลย คอฟฟี่” ซึ่งมียอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพาะปลูกกาแฟและแปรรูปกาแฟเฉลี่ยครัวเรือนละ 60,000 บาท/ปี นอกจากนี้ ทางกลุ่มได้พัฒนาการแปรรูปผลผลิตเพื่อจำหน่ายเพิ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลา
