สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
ดินเค็ม (saline soil) คือดินที่มีเกลือที่ละลายได้ในสารละลายดินปริมาณมาก มีผลกระทบต่อการปลูกพืช เพราะเกิดความไม่สมดุลของธาตุอาหารมีความเป็นพิษของธาตุโซเดียมและคลอไรด์ พืชที่ปลูกไม่เจริญเติบโต ลำต้นแคระแกร็น ให้ผลผลิตต่ำ ปัญหาดินเค็มพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และพื้นที่ชายทะเลของประเทศไทย ดินเค็มแต่ละประเภทมีสาเหตุการเกิดชนิดของเกลือ การแพร่กระจายขยายอาณาเขต และวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน เจอค่าความเค็มสูงกว่ามาตรฐาน ในพื้นที่การเกษตร 5 ลุ่มน้ำ ในช่วงปลายปี 2563 พบว่าหลายพื้นที่การเกษตรจำนวนมากมีค่าความเค็มสูงกว่ามาตรฐาน โดยวัดจากสถานีสูบน้ำแต่ละจุดที่รับน้ำจากแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง บางปะกง ปราจีนบุรี มีค่าความเค็มสุงสุดที่วัดได้คือ 29.66 กรัมต่อลิตร ที่สถานีบางแตนมีค่าความเค็ม 5.39 กรัมต่อลิตร ในขณะที่เกณฑ์เฝ้าระวังความเค็มสำหรับการเกษตรอยู่ที่ 2 กรัมต่อลิตรเท่านั้น ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถสูบน้ำมาใช้ทางการเกษตรได้ การรุกล้ำของน้ำเค็มในลุ่มน้ำบางปะกง ปัญหาใหญ่ของแม่น้ำบางปะกงคือ การรุกล้ำของน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้ง หลังผ่านฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายนแล้ว น้ำทะเลจะ
‘ผักตบชวา’ วัชพืชลอยน้ำที่สร้างปัญหาใหญ่หลวงต่อแม่น้ำลำคลองและระบบชลประทาน เนื่องจากผักตบชวาสามารถแพร่กระจายและขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาอุดตันทางน้ำ น้ำเน่าเสีย ตลอดจนกระทบต่อระบบนิเวศ การประมง การเกษตร และการท่องเที่ยว จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จึงได้มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนางานวิจัยเพื่อนำมาปรับใช้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง จนต่อยอดมาสู่ ‘โครงการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่คลองใหญ่ (แม่น้ำระยอง) ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567’ เพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชนด้วยการกำจัดผักตบชวา โดยใช้สารผสมจากธรรมชาติอย่าง ‘สารผสม’ ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยย่อยสลายผักตบชวาให้เน่าเปื่อย จมลงสู่ก้นบ่อ ทดแทนวิธีการกำจัดแบบดั้งเดิมที่ใช้สารเคมี ขณะเดียวกัน ได้มีการบูรณาการร่วมกับการใช้ ‘ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา’ เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของผักตบชวาและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองชลประทาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระ
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2567 ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ลงนามบันทึกความเข้าใจ กับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กรมการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการจัดการห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมแบบครบวงจรสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ร่วมพัฒนาต่อยอดงานวิจัยพัฒนายาจากพืชกระท่อมใช้บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในการตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสุขภาพ ปัจจุบัน กรมการแพทย์ โดย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) โรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี มีบทบาทสำคัญในการรับส่งต่อและบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่มีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้งสนับสนุนและสร้างความร่วมมือในการศึกษาวิจัยทางคลินิกพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อการมีสุขภาพที่ดีของป
รักษาความสด และยืดอายุการเก็บรักษาสัตว์น้ำด้วยเครื่องผลิตน้ำแข็งเหลวโอโซน ตอบโจทย์วงการประมง ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ปัจจุบันความต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อถนอมอาหารและรักษาสภาพความสดของอาหารทะเลนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้วัตถุดิบที่ได้จากแหล่งทำประมงหรือจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนั้น ยังคงความสดใหม่ได้นานที่สุด ซึ่งสมัยก่อนการใช้ความเย็นเก็บรักษาสัตว์น้ำจะใช้น้ำแข็งจากน้ำจืดส่งผลให้อาหารทะเลมีการเปลี่ยนแปลงสี รสชาติอย่างรวดเร็วระหว่างการเก็บรักษา การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารทะเล อย่างการใช้น้ำแข็งเหลวโอโซนที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าน้ำแข็งจืด และมีผลึกขนาดเล็ก นุ่ม ไม่ทำให้อาหารทะเลเสียหายจากการกดทับหรือบาดเข้าไปในเนื้อ อีกทั้งมีการเพิ่มโอโซนช่วยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียส่งผลให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาสัตว์น้ำให้ยาวนานขึ้น ทีมนักวิจัยไทยภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) โดยมี คุณขจร เรเชียงแสน หัวหน้าโครงการวิจัยและทีมงานได้วิจัยและพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตน้ำแข็งเหลวโอโซน (Research and Development on Ozonated Slu
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) – ARDA ร่วมกับฟาร์ม เอ็กซ์โป และพันธมิตร จัดแข่งขันนวัตกรรมเกษตร AGRITHON By ARDA เฟ้นหาสุดยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร ร่วมยกระดับภาคการเกษตรไทยด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพื่อสนับสนุนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยผู้เข้ารอบในรายการจะได้รับโควตาพิเศษ นำสินค้าและนวัตกรรมด้านการเกษตรไปจัดแสดงในงาน Farm Expo 2024 มหกรรมเกษตรในร่ม กลางกรุงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2567 นี้ ณ ฮอลล์ 98-99 ไบเทค บางนา ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ARDA) กล่าวว่า กิจกรรมAGRITHON By ARDA เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ ARDA ให้การสนับสนุนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้เกษตรกรไทยเข้าสู่เกษตรยุคใหม่ที่เน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้อำนวยความสะดวกให้กับวิถีการทำเกษตรของเกษตรกรยุคใหม่ (Smart Farmer) การแข่งขันในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวใหม่ในการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมการทำการเกษตรที่เหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในนโยบายของกระท
ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงทุกแง่มุมของชีวิต การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอาหารให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ภาคอุตสาหกรรมอาหารไม่เพียงแต่ต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยต่อสุขภาพด้วย ด้วยเหตุนี้ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและอาหาร เพื่อยกระดับมาตรฐานการเกษตรของประเทศและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้เปิดตัวเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ด้านอาหารให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายที่สนใจเจรจาธุรกิจเพื่อรับถ่ายทอดเทคโนโลยีในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 67 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด ‘Food Tech : เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก พลิกธุรกิจอาหารด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม’ สำหรับงาน THAIFEX – Anuga Asia 2024 ถือเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก
สวก. อัดฉีดเงินวิจัย “ไข่ผำ” พืชน้ำโปรตีนสูง ผลักดันเป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ให้แก่ภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เดินหน้าพัฒนางานวิจัย ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต ปฏิรูปภาคการเกษตรด้วยพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก “ไข่ผำ หรือ Wolffia” ตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพทั่วโลก อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เป็นแนวคิดในอุตสาหกรรมอาหารโลกที่มีความหลากหลาย ทั้งรูปลักษณ์และกระบวนการผลิต โดยมุ่งเน้นกระบวนการผลิตอาหารที่เหมาะสมกับโลกในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดภาวะโลกร้อน และการสร้างระบบอาหารอย่างยั่งยืน แนวคิดด้านสุขภาพและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันกลายเป็นประเด็นที่อุตสาหกรรมอาหารให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่สร้างความตื่นตัวต่อการรักษาสุขภาพและสุขอนามัยทั่วโลก การปรับเปลี่ยนของวิถีชีวิต ความต้องการ และการเปลี่ยนแปลงตามวัยของผู้บริโภค ล้วนส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานอาหารและอาหารแห่งอนาคต โดยผู้บริโภคให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ผลักดัน โครงการ Sandbox ในการวางระบบการควบคุมโรคและฟื้นฟูฟาร์มสุกร ที่ได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร นำร่องพื้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นเมืองต้นแบบ มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหาร ด้วยนโยบาย BCG MODEL พร้อมเป็นตัวอย่างการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ โดยประยุกต์ใช้หลักการ คอมพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ต้นแบบเพื่อเลี้ยงสุกรให้ปลอดโรค ทดสอบวัคซีนและชุดตรวจสอบโรคที่พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยของ สวก. เป็นเครื่องมือเฝ้าระวัง และควบคุมป้องกันโรคจากผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเขตคอมพาร์ทเมนท์การเลี้ยงสุกรปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งได้รับงบประมาณจาก สวก. เมื่อปี 2561 พบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะจัดตั้งคอมพาร์ทเมนท์เพื่อเลี้ยงสุกรปลอดโรคปากและเท้าเปื่อยในประเทศไทย แต่ต้องเริ่มทำในระดับเล็ก อาทิ Integrated compartment หรือ Partially integrated/ single compartment และต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างเคร่งครัด เช่น ต้องไม่นำเชื้อไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อยที่มีพันธุกรรมแตกต่างจากวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคเข้ามาในพื้นที่อย่างเ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัย ภายใต้งบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ปีงบประมาณ 2564 แผนงานวิจัยความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการของประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศ ด้วย FFC Thailand หรือ Foods with Function Claims ระบบทางเลือกของการรับรองการกล่าวอ้างเชิงหน้าที่ด้วยตนเองในสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เพื่อก้าวไปสู่บทบาทหนึ่งในผู้ผลิตอาหารในตลาดโลก ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กล่าวถึงความสำคัญของ FFC Thailand และแนวทางการขับเคลื่อน รวมทั้งการรับรอง FFC และประโยชน์ที่จะได้รับว่า “FFC Thailand หรือ Foods with Function Cliams คือ ระบบการรับรองปริมาณสารสำคัญ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะเป็นระบบการรับรองได้ทั้งในผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ FFC Thailand คือ ระบบรับรองการกล่าวอ้างเชิงสุขภาพในสินค้าเกษตรและอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ในรูปแบบออนไลน์ ปิดช่องว่างและอุปสรรค
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยจาก 8 หน่วยงานคว้ารางวัลใหญ่ระดับนานาชาติจากงาน “E-NNOVATE 2021 Edition : International Innovation Show” ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 – 24 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ณ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดยจัดแสดงนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภารกิจที่สำคัญประการหนึ่งของ วช. ในการขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ คือการสนับสนุนให้นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยเข้าสู่เวทีนานาชาติในระดับโลก ในเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา วช.ได้นำนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทย เข้าร่วมการประกวดและจัดแสดงผลงานในเวทีนานาชาติ งาน “E-NNOVATE 2021 Edition : International Innovation Show”ในรูปแบบออนไลน์ จนนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย คว้ารางวัลเหรียญทอง มาครองถึง 11 เหรียญ ได้แก่ เครื่องวิเคราะห์ชนิดของแอลกฮอล์อย่างง่าย พร้อมชุดแสดงผลผ่านอุปกรณ์ควบคุม Internet of Things (lot) แสดงผลบนสมาร์ทโฟน ของ นางสาวจิราพร ช่อมณี แห่ง มหาวิทยาลัยทักษิณ แอปพลิเคชันสุขภาพโดยใช้เท
