สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระราชทานให้คนไทยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน มีความทันสมัยและใช้ได้ผลดีตลอดเวลา เพราะการดำเนินชีวิตโดยยึดหลักทางสายกลางและความไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ช่วยให้คนไทยก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสติดตาม คุณวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณวิจิตร คงสงฆ์ เกษตรอำเภอบางสะพาน คุณเบญจพร ตั้งวิชัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และ คุณธนนันท์ สนสาขา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปเยี่ยมชมกิจการสวนเกษตรผสมผสานของ คุณประเสริฐ ยุวกาฬกุล ที่ทำรายได้ทะลุหลักล้านได้ไม่ยาก แค่ใช้หลัก “การตลาดนำการผลิต” คุณวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า คุณประเสริฐ ยุวกาฬกุล เกษตรกรต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบัน เขาเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าที่มีจิตสาธา
สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาให้เกษตรกรเกิดความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐานในการพัฒนาให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี โดยขับเคลื่อน โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงสู่พื้นที่เป้าหมาย สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายให้ สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 7 อำเภอ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนได้เรียนรู้ถึงวิธีการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ลดรายจ่ายในครัวเรือน ส่งเสริมให้มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพไว้ใช้เองในครัวเรือน และการนำวัสดุจากท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเข้าไปร่วมดำเนินการและให้ความรู้จากการฝึกอบรม สวนป้าต่อ อำเภอนาดี ต้นแบบเกษตรผสมผสาน สำนักงานเกษตรอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ยกย่อง “สวนป้าต่อ” ของ ป้าต่อ หรือ นางอารีวรรณ คำเขียว ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นหนึ่งในสวนเกษตรต้นแบบด้านเกษตรผสมผสาน สวนป้าต่ออ
วันที่ 12 มีนาคม 2563 นายยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2563 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรการผลิตมะม่วงนอกฤดูบ้านมาบเหียง ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดย นายบุญส่ง ศรีเจริญธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิกรมประมง เป็นประธานเปิดงานฯ พร้อมมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดมะม่วง และแข่งขันกินข้าวเหนียวมะม่วง รวมทั้งมอบพันธุ์ปลาให้กับเกษตรกร ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ หรือที่เรียกว่า งานวัน Field Day เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้ รับทราบเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ช่องทางการตลาด ข้อมูลข่าวสาร การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง รวมทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ การจัดงาน Field day จังหวัดปราจีนบุรี ได้ใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพกา
วันที่ 4 ธันวาคม 2562 นายยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียน และสนับสนุนปัจจัยทางการเกษตรให้กับกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนชุมชนวัดหนองจวง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดย นายทรงพล ทรัพย์เจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดหนองจวง พร้อมคณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนชุมชนวัดหนองจวงนี้ ได้จัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกร ในปี 2562 โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ พร้อมมอบหมวกยุวเกษตรกรให้กับสมาชิกยุวเกษตรกรฯ ก้อนเชื้อเห็ด จำนวน 100 ก้อน สารเร่ง พด.1 และ พด.2 จำนวน 7 ลัง กิ่งพันธุ์สมุนไพร จำนวน 30 กิ่ง เมล็ดพันธุ์ผัก จำนวน 20 ซอง รวมทั้งของที่ระลึกและอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ อีกทั้งสนับสนุนความรู้ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดฯ จะนำเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมให้คำปรึกษาแนะนำและให้ความรู้แก่กลุ่มยุวเกษตรกรต่อไปในอนาคต โดยเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า การเกษตรเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าสมาชิกยุวเกษตรกรจะได้รับความรู้ทางการเกษตร เช่น การข
หลายคนคงจำได้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา คุณวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับ “ทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพาน” สินค้าตัวใหม่ที่เพิ่งผ่านการจดทะเบียนรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า สร้างความฮือฮาในวงการคนรักทุเรียนอย่างมาก เพราะใครๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตารอชมและชิมทุเรียนพันธุ์ใหม่กันทั้งสิ้น ปรากฏว่า ปีนี้ ฝนฟ้าไม่ค่อยเป็นใจนัก แถมเจอภาวะร้อนแล้งจัด ทำให้ต้นทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพานที่เป็นต้นแม่อายุกว่า 25 ปี ให้ผลผลิตได้ไม่กี่ผล ดังนั้น คุณวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงเชิญชวนสื่อมวลชนในจังหวัดประจวบฯ และนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านไปเยี่ยมชมแปลงปลูกทุเรียนทองบางสะพานกันถึงแหล่งต้นกำเนิด จุดเริ่มต้นของ ทุเรียนทองบางสะพาน ล้อหมุนจาก กทม. ตอนตี 5 ไปถึงสวนมีตังค์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของทุเรียนทองบางสะพาน ประมาณ 10 โมงเช้า คุณธวัชชัย เทศรำลึก บุตรชายเจ้าของสวนมีตังค์ (โทรศัพท์ 081-348-7595) และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รอรับทีมสื่อมวลชนส่วนกลางและส่วนภูมิภาค บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก บ
“เมืองทองเนื้อเก้า มะพร้าว สับปะรด สวยสดหาด เขา ถ้ำ งามล้ำน้ำใจ” เป็นคำขวัญประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่มีเขตแดนติดกับภาคใต้ ประจวบคีรีขันธ์จัดอยู่ในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองในแอ่งทะเลตะวันตก มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกมากมาย ทั้งโซนขุนเขา ป่าไม้ น้ำตก และท้องทะเล แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ถูกใจของใครหลายๆ คน ได้แก่ หัวหิน ปราณบุรี เขาตะเกียบ อ่าวมะนาว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ฯลฯ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนวันหยุดของคนที่รักธรรมชาติและชื่นชมการบริโภคผลไม้รสอร่อยต้องแวะเวียนมาท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี ทำเลทองปลูกทุเรียนคุณภาพดี คนไทยจำนวนมากรู้จักเพียงว่า แหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพดี อยู่ในภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง ตราด ฯลฯ แต่ความจริงแล้ว “จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ก็เป็นอีกหนึ่งทำเลทองของการปลูกทุเรียนคุณภาพดี เช่น “ทุเรียนป่าละอู” ซึ่งเป็นผลไม้ของดีประจำหมู่บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ป่าเด็ง-ป่าละอู อำเภอหัวหิน โดยทั่วไปทุเรียนป่าละอูมักติดดอกในเดือนเมษายน และเริ่มมีผลผลิตออกจำหน่ายสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนมิถุนายน และมีผลผลิตทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจนถ
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งเสริมการปลูกทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพาน หลังจาก นายธวัชชัย เทศรำลึก เกษตรกรในพื้นที่ ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน นำกิ่งพันธ์ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง จาก จ.นนทบุรี มาปลูกในสวนตั้งแต่ปี 2526 แต่หลังจากปลูกในระยะแรกยอดของต้นทุเรียนหัก แต่ต้นตอจากการเพาะเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์แตกยอดใหม่ขึ้นมา จากนั้นได้ปล่อยให้ต้นเจริญเติบโตจนกระทั่งออกดอกและติดผลในปี 2533 จึงพบว่าเกิดการกลายพันธุ์ เนื่องจากผลมีลักษณะที่แตกต่างไปจากต้นพันธุ์เดิม โดยมีเนื้อละเอียด เหนียว สีเหลืองเข้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติมันอมหวาน น้ำหนักผลประมาณ 2.0–5.4 กิโลกรัม “จากนั้นเกษตรกรได้ติดตามความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์นานกว่า 25 ปี จึงตั้งชื่อพันธุ์ว่าทองบางสะพานและยื่นจดทะเบียนรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร ปัจจุบันเกษตรกรเจ้าของสวนได้ขยายพันธุ์ทุเรียนทองบางสะพานด้วยการเสียบยอดและจำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้กับเกษตรกรรายอื่นที่สนใจนำไปเพาะขยายพันธุ์ ในราคากิ่งละประมาณ 400 บาท เนื่องจากผู้บริโภคนิยมรสชาติและกลิ่นต่างจากทุเรียนทุกสายพันธ์ุดั้งเดิมทั้ง
