สำนักงาน กปร
เตรียมปักหมุดเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสลมหนาวใกล้เมืองกรุงฯ กันได้ในงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร จังหวัดนครนายก”ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 12 -15 ธันวาคม นี้ ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญ และที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก ที่จะยกขบวนของอร่อยและสินค้าคุณภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์ของใช้ ของที่ระลึก และงานหัตถกรรม ฯลฯจากทั่วทุกภูมิภาค กว่า 170 ร้านมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้คุณได้ช็อป ชิม ชิลล์ กันอย่างเต็มอิ่ม ท่ามกลางบรรยากาศในสวนร่มรื่นคลอเสียงดนตรี และธารน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ที่เรียกได้ว่าเป็น Landmark ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ ฯ ที่จะชวนคุณมาปักหมุดจุดท่องเที่ยวที่เป็น Highlight ของที่นี่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมล่องแก่ง เขื่อนสวยขุนด่านปราการชล พิพิธภัณฑ์ขุนด่านปราการชล สถานที่ศักดิ์สิทธิ์วัดสวยงาม ตามรอยหลวงปู่มั่น ถ้ำสาริกา ฯลฯ ที่ให้คุณได้พาครอบครัว และคนที่คุณรักมาพักผ่อน แวะเช็คอินถ่ายภาพเก๋ๆ กันได้แบบสุดชิลล์ในแบบที่ไม่ควรพลาด ในงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร จังหวัดนครนายก” พบกับความยิ่งใหญ่ตระการตาของเวทีการแสดง การแสดงดนตรีในสวน โดยวงดนตรีกรมปร
ผลสำเร็จที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงนำความเจริญไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงพสกนิกรให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีความสุขอย่างยั่งยืนบนวิถีแห่งความพออยู่พอกิน เช่น ราษฎรที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ห้วยแม่เกี๋ยง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นอีกหนึ่งแหล่งความรู้และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ราษฎรชาวไทยภูเขา อันก่อเกิดจากน้ำพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยทรงห่วงใยความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรที่มีฐานะยากจน ตั้งบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างได้เข้มแข็ง โดยไม่ไปบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย และเพื่ออนุรักษ์ผืนป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ ทรงตระหนักว่าหากไม่จัดระเบียบชุมชนให้มีที่ทำกินเป็นหลักแหล่งแล้ว ราษฎรก็จะแผ้วถางป่า ซึ่งจะส่งผลให้สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์จะต้องถูกทําลายลงอีกเป็นจํานวนมาก รวมถึงยังส่งผลเสียในด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศอีกด้วย สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพร
“ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทีแรกมองว่าเป็นอุปสรรคในการขยายผลสู่เกษตรกร แต่ปรากฏว่าวิกฤตได้กลายมาเป็นโอกาส ทำให้งานขยายผล ผลสำเร็จจากโครงการต่างๆ ทำได้เร็วขึ้น โดยผ่านการอบรมออนไลน์ทางโซเชียลมีเดีย ทำให้ดำเนินการขยายผลการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของสำนักงาน กปร. เราเข้าถึงเกษตรกรทุกพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด และการอบรมในแต่ละครั้งได้เผยแพร่ไปสู่ผู้คนอีกหลายประเทศ ได้รับเสียงตอบรับจากทุกกลุ่มเกษตรกร ทุกเพศทุกวัย ทำให้กระบวนการขยายผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายสัตวแพทย์วิสุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร สัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานศึกษาพัฒนาปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร กล่าว ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษา ทดลอง และพัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมทางการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวทางไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม พระองค์มีพระราชดำริเกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจที่ทางศูนย์ฯ ทำการศึกษาทดลองเ
“เมื่อก่อนที่ยังไม่มีโครงการลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกษตรกรส่วนมากอาศัยเฉพาะน้ำฝนถ้าปีไหนฝนดีตกต้องตามฤดูกาลก็อาจจะได้ผลลผลิตดี ถ้าฝนน้อยจะทำให้ได้ผลผลิตต่ำมาก พื้นที่แห้งแล้งหาน้ำให้สัตว์เลี้ยงยังยาก” นายวิศักดิ์ อารมณ์สวะ ผู้ใหญ่บ้านโนนสูง บ้านโนนสูง หมู่ที่ 7 ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เผยในระหว่างการเตรียมต้อนรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นายหทัย วสุนันต์ ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการฯ สำนักงาน กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบนพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.สงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้า และผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯผู้ใหญ่บ้านโนนสูงเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า แต่ก่อนพื้นที่ที่นี่แห้งแล้งกันดาร ถ้าต้องการน้ำเพื่อเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย หรือน้ำบริโภคของคนจะหายากมาก หลังจากได้รับน้ำจากโครงการฯ ก็สร้างความเป็นอยู่ให้เกษตรกรในพื้นที่ดีขึ้นมาก บางราย
“ทุกวันนี้เกษตรกรเป็นคนยุคใหม่ มีความต้องการสิ่งใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิม มีความเป็นแพชชั่น (Passion) สูงมาก เพราะฉะนั้น การทำงานในโครงการพระราชดำริก็จะต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้ให้สามารถตอบโจทย์คนยุคใหม่ให้ได้มากขึ้น ถ้าเรายังไม่ปรับตัวก็คงจะเข้ากับยุคสมัยของผู้คนในปัจจุบันไม่ได้ เราจึงต้องทำงานให้เข้ากับเกษตรกรยุคสมัยใหม่” นายสัตวแพทย์วิสุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร กล่าว ขณะที่สายตาทอดยาวไปยังสุ่มไก่ภายในมีไก่รูปลักษณ์สวยงามอยู่หลายตัวทั้งเพศผู้และเพศเมีย หลายคนเพ่งมองไปที่ขนพินิจพิจารณา และบอกว่าช่างไม่ต่างกับเหยี่ยว ตาสีดำ จะงอยปากดำ หงอนถั่ว แข้งดำ เล็บดำ และสีสันบนลำตัวที่เป็นสีหวายดำแซมน้ำตาลขึ้นเงามันวาวขณะที่หางตั้งแบบแผ่กระจาย ขนเหมือนกับเหยี่ยวจะมองเหมือนขนแฟนซีก็ได้ ทั้งนี้ ได้ใช้เวลา 3 ปีในการพัฒนาพันธุ์ระหว่างไก่ดำภูพาน 1-2 และ 3 เป็นไก่ดำภูพาน 4 คัดเลือกลักษณะสีขน จนได้ขนสี “หวายดำ” หรือน้ำตาลอ่อนแซมด้วยหวายดำ แต่ยังคงลักษณะที่โดดเด่นของไก่ดำภูพาน คือ หนังดำ เนื้อดำ กระดูกดำ เลี้ยงง่าย
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3480 สายกาญจนบุรี อำเภอหนองปรือ จะพบกับชุมชนและแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจตลอดทาง จวบจนเข้าเขตอำเภอหนองปรือ เลี้ยวซ้ายสู่ตำบลสมเด็จเจริญ ตลอดเส้นทางมีไม้ยืนต้นน้อยใหญ่นานาพันธุ์ สร้างความเขียวขจี ความร่มรื่นให้แก่พื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ตลอดสองฝั่งถนนภายในโครงการมีบ้านเรือนตั้งอยู่เรียงราย ที่แปลกตาคือแต่ละบ้านมีแปลงปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผลปลูกอยู่ในบริเวณเกือบทุกหลังคาเรือน เช่น ผักชี สะระเเหน่ ไปจนถึงเผือก กล้วยน้ำว้า ส้มโอ และขนุน บางแปลงเป็นแปลงเกษตรแบบผสมผสานที่ปลูกตามหลักวิชาการเกษตรเชิงอิงอาศัย ดังเช่นบ้านของ นายชรินทร์ กลั่นแฮม เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัย จากโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนำที่ดินที่ได้รับการจัดสรรมาจัดทำแปลงปลูกพืชชนิดต่างๆ ที่สามารถสร้างรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี ลักษณะของการปลูกพืชแต่ละชนิดจะต้องอิงอาศัยเกื้อกูลกัน อาศัยร่มเงากัน ส่งผลให้พืชที่ปลูกในแปลงเดียวกันทุกชนิดมีผลผลิตสมบูรณ์ “ได้รับสิทธิ์เข้าทำกินในที่ดินโครงการ เมื่อปี 2
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น 1 ใน 6 แห่งของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเยียวยาแบบยั่งยืนให้กับสังคมในการใช้ชีวิตยามเจอวิกฤติตามธรรมชาติ ด้วยเป็นแหล่งรวบรวมการศึกษา ทดลอง วิจัย และการพัฒนาในการปรับปรุงพื้นดินให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม เป็นแหล่งให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว แก่ประชาชนและเกษตรกรที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ในทุกสาขาวิชาชีพ เสมือน ”พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” เป็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จในด้านการเกษตรกรรมและการพัฒนาอาชีพ เป็นต้นแบบและแนวทางให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานที่ผ่านมาศูนย์ศึกษาฯได้นำผลสำเร็จจากการศึกษาทดลองที่ประสบผลสำเร็จแล้วมาขยายผลสู่การปฏิบัติให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ราษฎรมีความกินดีอยู่ดีมีเหลือเก็บเหลือใช้สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ครอบครัวได้เป็นอย่างดี นางวันเพ็ญ จันทศรี หนึ่งในเกษตรกรสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มมิตรสัมพันธ์ หนึ่งในกลุ่มเกษตรกรขยายผ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตรวจเยี่ยมโครงการ “การผลิตไก่พื้นเมืองและไก่ลูกผสม เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน” ณ พื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตร ตำบลสามัคคี อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ วช. ในฐานะหน่วยงานให้การสนับสนุนทุนวิจัย ได้จัดสรรทุนอุดหนุนการวิจัยโครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน สังคม ตามแนวพระราชดำริ ประจำปีงบประมาณ 2562 แก่ ดร.จิระนันท์ อินทรีย์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเลี้ยงไก่พื้นเมืองแก่เกษตรกร กลุ่มอาชีพในชุมชน และการวางแผนต้นทุนการผลิตและการจัดการทางการตลาด พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดการสร้างเครือข่ายเกษตร กลุ่มอาชีพผู้ผลิตไก่ พื้นเมือง และไก่พื้นเมืองลูกผสม ซึ่งเป็นโครงการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยการนำเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นแนวทางในการลดปัจจัยนำเข้า ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้นำมาซึ่งชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ พื้นที่กลุ่มเป้าหมายในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัย จะต้องมีความเข้มแข็ง พึ
ระยะหลังภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งอากาศร้อน ฝนแล้ง โรคแมลงก็เยอะ แถมปลายปีเจอน้ำท่วมซ้ำเติมอีก ใครปลูกพืชเชิงเดี่ยว เสี่ยงต่อการขาดทุนสูงมาก หากปรับแนวคิดจากพืชเชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรผสมผสานที่มีหลากหลายพันธุ์พืชในแปลงเดียวกัน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะช่วยกระจายความเสี่ยง เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ เพราะมีผลผลิตหมุนเวียนเข้าตลาดได้เรื่อยๆ พ่อจันทร์ที ประทุมภา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตร เศรษฐกิจพอเพียงปี 2554 จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในเกษตรกรต้นแบบที่นำความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่และหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ปลูกพืชแบบผสมผสาน จนประสบความสำเร็จ สามารถปลดหนี้สินก้อนโตได้สำเร็จในปีที่ 5 แถมยังเหลือเงินออม ทำให้พ่อจันทร์ทีได้รับรางวัลชนะเลิศด้านเกษตรทฤษฎีใหม่จากการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครั้งที่ 1 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ล้มเหลวสักกี่ครั้ง ก็สู้ไม่ถอย พ่อจันทร์ที เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์ ด้วยความขยันหมั่นเพียร สะสมเงินทุน ตั้งตัวได้ในฐานะนักธุรกิจ มีกิจการโรงสี
