สินค้ายางพารา
วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2568) ณ ห้องรับรอง การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) หรือ “RAOT” นำโดย ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ และผู้บริหาร กยท. ให้การต้อนรับ ดร.ธิราช รุ่งเรืองกนกกุล ผู้อำนวยการสมาคมการตลาดเพื่อการเกษตรและอาหารแห่งเอเชียแปซิฟิก (AFMA) โอกาสเข้าหารือแนวทางความร่วมมือนำร่องผลักดัน “มาตรฐานยางยั่งยืน” สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางพาราไทยในตลาดโลก ดร.เพิก เปิดเผยว่า จากเวทีการประชุม CSCAP-SSA for SCP ครั้งล่าสุด ณ องค์การสหประชาชาติมีมติให้จัดทำ “มาตรฐานเฉพาะสาขา (Sectorial Sustainability Standard)” เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการค้า การเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และนวัตกรรม กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ทาง AFMA (Agriculture and Food Marketing Association for Asia and the Pacific) ซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือกับสหประชาชาติ ได้เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมยางพาราของไทยเป็นสาขาที่มีศักยภาพสูง เหมาะสมต่อการ
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร (กวก.) จัด Kick off การนำสินค้ายางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี ลุยคุมเข้มกำกับ – ป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย มุ่งสร้างเสถียรภาพราคายางไทยอย่างเป็นรูปธรรม ร้อยเอก ธรรมนัส เปิดเผยว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้ายางพาราผิดกฎหมายตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลไกตลาดและเสถียรภาพราคายางพาราในประเทศ ซึ่งยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยและเป็นแหล่งรายได้หลักของเกษตรกรชาวสวนยาง รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ ด้วยความตระหนักถึงวิกฤตดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ประกาศนโยบาย “ทำสงครามกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย” ซึ่งสินค้าเกษตรประเภทยางพารามีการขับเคลื่อนผ่านการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างกรมวิชาการเกษตร (กวก.) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช ซึ่งมีเป้าหมายหลักใน
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องราชไมตรี อาคาร 50 ปี การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ – กยท. โดย นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. จรดปากการ่วม MY SMART LATEX CO. LTD. (MSL) โดย นายวิชชุ พูลสงวน กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ แสดงเจตจำนง “ส่งเสริมการทำสวนยางอินทรีย์” ภายใต้มาตรฐาน Moreganic© ตั้งเป้ายกระดับสินค้ายางพาราสู่สินค้าเกษตรอินทรีย์ ก้าวทันเทรนด์โลก มุ่งเพิ่มรายได้-คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์โลกตระหนักถึงความปลอดภัยในอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากจากสารเคมีมากขึ้น โดยให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการผลิต ซึ่ง กยท. มองว่าผลิตภัณฑ์ยางพาราเป็นสินค้าที่ควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยที่ผ่านมา กยท. ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางหันมาทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ผลักดันให้มีการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล และสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ แทนปุ๋ยเคมี เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและเป็นมิต
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Hall 5-8 – การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดย ดร.เพิก เลิศวงพง ประธานกรรมการ กยท. พร้อมด้วย นายณรงศักดิ์ ใจสมุทร รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ ร่วมงาน “FTI EXPO 2025” ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ด้าน กยท. ขนสินค้ายางพาราร่วมจัดแสดงมากมาย ชู “ยางล้อ Greenergy” หนุนการใช้วัตถุดิบยางจากเกษตรกรไทย สู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาย่อมเยา ขยายฐานการตลาดอุตสาหกรรมยางในประเทศอย่างยั่งยืน ดร.เพิก กล่าวว่า การทำเกษตรในทุกวันนี้ หากไม่เดินหน้าพัฒนาไปสู่ภาคอุตสาหกรรมก็ยากที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรนั้นๆ ได้ ดังนั้น “เกษตรอุตสาหกรรม” จึงถือเป็นทางออกที่สำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรของไทย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอีกเช่นกัน ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับทิศทางของโลกและสถานการณ์สำคัญของประเทศเพื่อพัฒนาศักยภาพให้ตามทันกระแสในปัจจุบัน โอกาสนี้จ
