สินค้าแปรรูป
กุหลาบ ไม้ประดับที่ได้รับความนิยมปลูกมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ส่วนใหญ่นิยมปลูกเพื่อความสวยงาม ประดับตกแต่งสวน ประดับสถานที่ หรือปลูกเพื่อการพาณิชย์ ในการนำไปสกัดน้ำหอม ซึ่งนอกเหนือจากการเป็นไม้ดอกไม้ประดับสวยงามแล้ว ปัจจุบันได้มีการพัฒนานำกุหลาบมาเป็นของประดับตกแต่งบนจานอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงการนำมาดัดแปลงทำเป็นชากุหลาบเพื่อสร้างรายได้ และกำลังได้รับกระแสนิยมกันทั่วบ้านทั่วเมือง ในด้านของสรรพคุณเด่นของชากุหลาบที่มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นำไปสู่การต่อยอดสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกร และธุรกิจสตาร์ตอัพไม่น้อย สำหรับการต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ชากุหลาบออกมาในรูปแบบเฉพาะของแบรนด์ตัวเอง คุณธีรวัฒน์ เสื้อมา หรือ คุณปุ้ย เกษตรกรรุ่นใหม่ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 5 ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เกษตรกรหนุ่มไฟแรง ดีกรีปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โบกมือลาชีวิตในเมืองหลวง กลับบ้านเกิดมาสานต่อและพัฒนางานสวนของที่บ้านจังหวัดเชียงใหม่ เน้นการปลูกพืชผสมผสานระบบอินทรีย์ และการต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพร สร้างรายได้ดีตลอดปี คุณปุ้ย เล่าให้
การลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อดูความสำเร็จของเกษตรกรรุ่นใหม่ในโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรของ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมเยี่ยมชมผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูปต่างๆ อาทิ พริกทอด ลูกชิ้นเห็ดฟาง พริก เห็ดนางฟ้า ของ นางสาวแสงระวี ภูมิลามัย หรือพืชผักอินทรีย์ อาทิ มะเขือ พริก ดอกขจร แก้วมังกร มะกรูด มันเทศญี่ปุ่น ของ นางสาวพรเพ็ญ จันทะมี และข้าวอินทรีย์ ของ นางสมใจ อินทรี ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดนั้น ไม่เพียงแค่เป็นขวัญกำลังใจในความสำเร็จแก่ตัวเกษตรกรเอง ในฐานะต้นแบบของเกษตรกรรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังมีการต่อยอด ขยายผลไปสู่เกษตรกรในพื้นที่รายอื่นๆ ด้วย โดยในจังหวัดบุรีรัมย์มีกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 22 ราย แต่ละรายกิจกรรมทางการเกษตรที่หลากหลาย เช่น การเกษตรผสมผสาน ข้าวหอมมะลิ โคเนื้อ แพะ แกะ เห็ด พริก และสมุนไพร เป็นต้น สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ได้ให้คำปรึกษาแนะนำเกษตรกรจัดทำแผนการผลิต แผนการตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายสินค้ากับสหกรณ์และซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ มีการส่งเสริ
อย่างที่หลายท่านทราบกันดีว่า “ไผ่” เป็นพืชที่มีประโยชน์รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นลำต้น ใบ หรือหน่อ ทุกส่วนล้วนแล้วนำมาทำประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านของสิ่งปลูกสร้าง คือส่วนของลำ นำมาสร้างที่อยู่อาศัย ทำเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ เตียง รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ใบ นำมาทำเป็นปุ๋ยปลูกพืชผักได้ และส่วนของหน่อ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู และยังไม่นับรวมในส่วนของการนำมาทำพลังงานเชื้อเพลิง รวมถึงเครื่องนุ่งห่ม เพราะฉะนั้นแล้วไผ่จึงถือเป็นพืชมากประโยชน์ และมีอนาคตสดใส ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ไผ่ ก็ยังเป็นพืชที่สร้างอนาคตได้อยู่ดี คุณสมพร แก่นคำ หรือ พี่อ๊อด อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่บ้านถาวรพัฒนา ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรอำเภอพิมาย ที่ยืนหยัดปลูกไผ่เป็นอาชีพหลักสร้างรายได้มานานกว่า 30 ปี โดยให้เหตุผลที่ว่า ไผ่ เป็นพืชที่มากประโยชน์ ทุกส่วนของไผ่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด รวมไปถึงการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หากใครได้เรียนรู้และคลุกคลีอยู่กับไผ่จะรู้ดีกันอยู่แล้ว พี่อ๊อด เล่าถึงการปลูกไผ่ให้ฟังว่า ตนเริ่มปลูกไผ่เป็นอาชีพเสริมมาน
เจลาโต้ ของหวานคลายร้อนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยรสสัมผัสอันหวานนุ่มละมุนลิ้น เติมเต็มความชุ่มฉ่ำจากเนื้อผลไม้สดหลากรส โดยใช้นมโคเป็นส่วนประกอบหลัก ส่งผลให้มีไขมันต่ำและมีรสชาติที่เข้มข้น นับเป็นคุณสมบัติอันแสนพิเศษของเจลาโต้ที่เชื้อเชิญให้ลองชิม ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่มีการแปรเปลี่ยนไป การประกอบธุรกิจส่วนตัวได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้น ผู้ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับกระแสโลกาภิวัตน์โดยที่ยังคงรักษาจุดยืนของตนเองเอาไว้ได้และมีแนวคิดที่แปลกออกไปจึงอยู่รอดได้ในสังคมยุคปัจจุบัน คุณเกสิน สุขสวัสดิ์ หรือ คุณเกรท หนุ่มมาดเข้มนัยน์ตาชวนฝัน นับเป็นอีกหนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เลือกลิขิตชีวิตด้วยตนเองผ่านการสร้างแบรนด์ “Great Get Gelato” เจลาโต้รสแท้ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์รูปแบบการผลิตเหมือนดั่งเช่นในประเทศอิตาลีพร้อมเสิร์ฟเป็นอาหารว่างหรือของหวานหลังอาหารให้ได้กินกันอย่างจุใจ คุณเกรท เล่าว่า ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายเจลาโต้ในจังหวัดชุมพร ได้ประกอบธุรกิจแพปลาของครอบครัว รับซื้อปลาอยู่ที่ตลาดมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2557 ได้มีโ
งาน The International Horticultural Exhibition 2019 หรือ Beijing Expo 2019 เป็นงานแสดงพืชสวนนานาชาติระดับ A1 (A1 International Horticultural Exposition) ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH: International Association of Horticultural Producers) และสำนักงานจัดงานมหกรรมนานาชาติ (BIE: Bureau of International Expositions) คาดว่ามีผู้ร่วมจัดแสดงจาก 80 ประเทศ 20 องค์กร โดย 73 ประเทศและองค์การต่างประเทศ เข้าร่วมนิทรรศการภายนอกอาคาร และ 27 ประเทศและองค์การต่างประเทศเข้าร่วมนิทรรศการภายในอาคาร ผู้เข้าชมงาน 16 ล้านคน กำหนดการจัดงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 7 ตุลาคม ณ เขตเหยียนชิ่ง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยแนวคิดในการจัดงาน คือ “Live Green, Live Better” มีพื้นที่จัดงานถึง 6,000 ไร่ วัตถุประสงค์ของการจัดงานนั้นก็เพื่อแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในเรื่องพืชสวนระหว่างกัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วม The International Horticultura
ปัจจุบันการทำเกษตรได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนหรือวัยใดก็ล้วนต้องการกลับมาพัฒนาการทำเกษตรในบ้านเกิดของตนเอง จากที่พบเห็นจากสื่อโซเชียลต่างๆ จะเห็นได้ว่า บางรายถึงกับลาออกจากงานประจำ มาใช้ความสุขในด้านการทำเกษตร พร้อมทั้งต่อยอดและพัฒนาให้การทำเกษตรมีความก้าวหน้ามากขึ้นไปตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างที่เรารู้ดีที่สุดคือเรื่องของราคาผลผลิต บางช่วงถึงกับตกต่ำส่งผลให้เกษตรกรเกิดสภาวะขาดทุนทีเดียว ส่งผลให้เกษตรกรเกิดภูมิคุ้มกันในเรื่องของการหาทางออก ด้วยการทำเกษตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น หรือที่เรียกว่าเกษตรครบวงจร ดร.วิมล หอมยิ่ง ผู้รักการทำเกษตรอยู่ที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี โดยได้บ่มเพาะประสบการณ์การต่างๆ ที่ได้พบเห็นทั้งในและต่างประเทศ มาพัฒนาการทำเกษตรในแบบที่เขาวางแผนไว้ ว่าการทำตลาดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้น ก่อนที่จะผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายได้ ในเรื่องของการมีตลาดรองรับจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ จึงจะช่วยให้ผลผลิตที่ออกมาสามารถจำหน่ายและเกิดรายได้อย่างยั่งยืน ดร.วิมล เล่าว่า ช่วงที่โอกาสได้ไปศึกษาเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ได้พบเห็นว่าเกษตรกรในต่างประเทศไม่ได้เจอปัญหาหนี้สิ้นหรือ
จบไปแล้วสำหรับงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม “THAIFEX-World of Food ASIA 2019” เมื่อเร็วๆ นี้ที่อิมแพค เมืองทองธานี จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโลโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี ซึ่งในงานจะเห็นเทรนด์สินค้าอาหารใหม่ๆ และนวัตกรรมอาหารจำนวนมาก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศบางส่วนยังสร้างความโดดเด่นด้วยการตอกย้ำถึงความเป็นออร์แกนิก เพื่อสร้างความแตกต่างและสร้างมูลค่าเพิ่ม อย่างที่ นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย ระบุว่า เทรนด์อุตสาหกรรมอาหารเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เนื่องจากผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความตื่นตัวในการผลิตสินค้าในเทรนด์ดังกล่าว น้ำมัน มาทำแป้งเบเกอรี่ ในงานนี้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการก็ได้นำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาออกบู๊ธในโซน Food Innovation Pavilion ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะบางรายการเป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีในท้องตลาด เพิ่งจะมาขายครั้งแรกในงานดังกล่าว ซึ่งล
นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2562 ณ บริเวณลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าโฮมโปร ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด ทั้ง 9 จังหวัด พื้นที่ภาคตะวันออก จัดงานมหกรรมส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก ปี 2562 และงาน Farm @ Home ขึ้น นายชาตรี กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตร ได้มุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรแบบตลาดนำการผลิต โดยพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้มีแนวคิดเชิงธุรกิจมุ่งเน้นการผลิตเชิงคุณภาพ พัฒนาเกษตรกรให้มีขีดความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดของสินค้าเกษตรคุณภาพ พร้อมส่งเสริมและพัฒนาด้านการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ภายใต้การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น “และเพื่อเป็นการเพยแพร่ผลการดำเนินงานและการเปิดโอกาสให้ประชาชนในฐานะผู้บริโภคได้เข้าถึงผลผลิตและสินค้าแปรรูปเกษตรจากเกษตรกรในพื้น
ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าระบบขนส่งพัสดุในบ้านเรามีการพัฒนาไปอย่างมาก ทำให้ผู้ใช้บริการอย่างเราๆ สามารถส่งสิ่งของให้กับบุคคลที่อยู่คนละจังหวัดได้อย่างง่ายดายโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน จึงทำให้ทั้งของสดบางชนิด อย่างเช่น ผลไม้และของแปรรูปต่างๆ ที่เป็นอาหารสามารถส่งให้กันได้ง่าย ใช้เวลาเพียง 1-2 วันก็ถึงผู้รับ ทำให้ได้รับประทานของอร่อยจากแหล่งขายโดยไม่เสียเวลาเดินทางไปซื้อถึงร้าน ส่งผลให้ยุคนี้ตลาดออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการค้าขายมากขึ้น คุณพรทิพย์ อุดมสมุทรหิรัญ เจ้าของร้านฟู้ดส์ทูยู (Foodstoyou) ตั้งอยู่เลขที่ 20 หมู่ที่ 5 ซอยเทศบาลบางปู 118 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีอาชีพขายอาหารทะเลและแปรรูปสินค้าให้มีมูลค่ามากขึ้น พร้อมทั้งมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ด้วยการหันมาทำการตลาดออนไลน์โชว์สินค้าและขั้นตอนการผลิตต่างๆ ให้ลูกค้าได้เห็น เมื่อลูกค้าสนใจมีการสั่งซื้อเข้ามา จะทำการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ให้กับลูกค้าที่อยู่ไกลยังจังหวัดอื่นๆ ส่งผลให้นอกจากจะจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูปหน้าร้านแล้ว ยังเกิดรายได้จากการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ได้อีกด้วย คุณพรทิพย์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพค้าขายอาหารทะเล
“ผลหม่อน” นอกจากกินสดแล้ว ยังนำไปแปรรูปได้อีก สวนหม่อนที่ผมจะนำมาเสนอท่านผู้อ่าน นอกจากผลิตหม่อนขายผลสดแล้ว ยังนำมาแปรรูปเป็นน้ำหม่อนพร้อมดื่ม แยมผลหม่อน โยเกิร์ต เยลลี่ เค้ก ใช้น้ำหม่อนเป็นส่วนผสมของขนมปังโฮลวีท ของใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งน้ำยาล้างจานจากหม่อน แชมพูสระผมจากหม่อน สบู่จากหม่อน ทั้งชนิดก้อนและเหลว เกษตรกรท่านนี้เป็นเกษตรกรผู้ประกอบกิจการผลิตผลสด แปรรูปเอง ทำการตลาดเพื่อขายเอง ต่อมาก็เปิดสวนหม่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตร (Mulberry farm) และให้บริการเป็นที่พักแบบฟาร์มสเตย์ (Farm stay) สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เจ้าของสวนหม่อนที่จะกล่าวในรายละเอียดต่อไปนี้คือ คุณจารุวรรณ เอกบัว ชื่อเล่นว่า คุณเล็ก อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 6 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ (098) 446-6932 คุณเล็ก บอกเล่าถึงชีวิตก่อนหักเหมาเป็นเกษตรกรว่า เป็นคนจังหวัดขอนแก่น พ่อแม่มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แต่ตนเองหันมาประกอบอาชีพรับจ้างเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่สาขาจังหวัดแพร่ ตำแหน่งสุดท้าย ผู้จัดการฝ่าย “
