สินค้าโอทอป (OTOP)
พลิกวงการน้ำปลาร้าไทย เปิดตัว “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช ปันสุข” ดีเดย์ 17 ม.ค.65 ขายน้ำปลาร้าขวดละ 19 บาท พร้อมจัดแคมเปญแจกทุนทำมาหากิน 50 ร้านค้าๆ ละ 20,000 บาท ช่วยพ่อค้าแม่ค้าฝ่าวิกฤติโควิด-19 วันที่ 17 มกราคม 2565 นางไพลิน โตอิ้ม เจ้าของธุรกิจน้ำปลาร้าจ่าวิรัช แม่ไพลิน เป็นประธานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “น้ำปลาร้าแม่ไพลิน by จ่าวิรัช ปันสุข” น้ำปลาร้าที่ไม่หวังกำไรเพื่อช่วยเหลือลูกค้า ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พร้อมกับเปิดตัวแคมเปญแจกทุนทำมาหากินให้กับร้านค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ณ ห้องประชุมจ่าวิรัช Out Let ตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ นางไพลิน โตอิ้ม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงการทำมาหากินของพ่อค้าแม่ค้า ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ทำมาหากินลำบากรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เราในฐานะที่เป็นแม่ค้าคนหนึ่ง เข้าใจถึงความทุกข์ยากเป็นอย่างดี เพราะเคยจนมาก่อนต้องหาบปลาร้าไปเร่ขายตามที่ต่างๆ กว่าจะมาถึงวันนี้ที่มีธุรกิจโรงงานน้ำปลาร้าเป็นของตัวเอง
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ ในงานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี 2020 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 8-16 สิงหาคม 2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เกี่ยวกับนโยบาย “การส่งเสริมการตลาด OTOP สร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง” พร้อมด้วยตัวแทนผู้ประกอบการ 4 ท่าน คือ นางสาวจุไรรัตน์ ไชยวัน ผู้ชนะเลิศ อันดับ 1 จากการประกวดผ้าไทยจังหวัดลำพูน และไหมยกดอก จังหวัดลำพูน นายมนตรี นนทริ เจ้าของสินค้ามนตรีเครื่องเงิน จังหวัดสุโขทัย นางสาวปรัชญา ศรียาบ จาก C-Craft Lanna ผ้าม่านผ้าฝ้ายสไตล์ล้านนา จังหวัดลำพูน และ นายบัณฑิต คีรีคามสุข ผู้ผลิต Doimork Coffee จังหวัดเชียงราย นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อน OTOp ที่ผ่านมา ตั้งแต่ ปี 2544-ปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชนได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้รับผิดชอบโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยการส่งเสริมอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ด้านการส่งเสริมและยกระดับกระบวนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ด้านคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ด้านการตลาด ด้านการเชื่
มะม่วงได้ชื่อว่าเป็นผลไม้มากคุณประโยชน์ที่อยู่คู่กับคนไทย นอกจากรับประทานสดได้ทั้งดิบ ห่าม และสุกแล้ว ยังสามารถดัดแปลงนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง ทั้งมะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงกวน และการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ก็นับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับมะม่วงแปรรูป “วรพร” วางจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสูตรเพื่อให้ได้รสชาติที่ถูกปาก ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และยังช่วยกระจายรายได้ให้กับครอบครัวเกษตรกรและคนในชุมชนอย่างมั่นคง นายชัยพร โสธรนพบุตร ทายาทธุรกิจมะม่วงแปรรูปวรพร เล่าถึงที่มาที่ไปว่า ผลิตภัณฑ์มะม่วงแปรรูป “วรพร” เป็นธุรกิจที่สานต่อมาจากคุณพ่อ เริ่มจากการที่คุณพ่อตัดสินใจลาออกจากอาชีพรับราชการครู แล้วหันมาทำธุรกิจ โดยนำเงินที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิตประมาณหนึ่งล้านบาท มาลงทุนทำธุรกิจดองผลไม้ ปรากฏว่าขายดีมาก จึงนำเงินที่ได้ไปลงทุนเพิ่ม ต่อมาตัดสินใจซื้อที่ดิน 1 ไร่ เพื่อสร้างโรงงานแรกด้วยเงินลงทุน 3 ล้านบาท แล้วใช้ความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมกับความรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ได้ร่ำเรียนมาพัฒนากิจการจากครัวเรือนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อม พร้อมปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมผลักดันเกษตรกร สู่ปราชญ์เกษตรดีเด่น ปี 2562 ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ต้นแบบการทำสวนสละครบวงจร –เน้นแปรรูปสละสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีนักส่งเสริมการเกษตรครอบคลุมในทุกตำบล ทำหน้าที่ให้ความรู้ คำแนะนำ เป็นพี่เลี้ยงให้แก่เกษตรกร พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรในด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นเกษตรกรที่มีความเข้มแข็ง ทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสามารถผลักดันเกษตรกรในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงให้เกิดความเข้มแข็งไปด้วยกัน หนึ่งในเกษตรกรรายนั้นคือ นายอาทิตย์ มติธรรม ชาวอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกษตรกรที่ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นเกษตรกรต้นแบบการทำสวนสละครบวงจร เน้นการแปรรูปผลผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม ผู้ได้รับรางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ประจำปี 2562 ซึ่งได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลปราชญ์เกษตรดีเด่น ในงานพระราช พิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ.2562 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9
“ปลาดุกร้า” เป็นอาหารหมักดองประเภทหนึ่ง เนื้อปลาดุกร้าเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดี ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ ปลาดุกร้ามีรสชาติหวานเค็มผสมกันอยู่ นำมาทำอาหารด้วยวิธีปิ้งย่างหรือทอดไฟอ่อนๆ จนมีกลิ่นหอม ซอยหอม พริกขี้หนู บีบมะนาวใส่ลงไป นำมากินกับข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็อร่อยแซ่บเว่อร์สุดๆ เอาสเต๊กมาแลกก็ไม่ยอม การผลิตปลาดุกร้า มีวัตถุประสงค์เพื่อถนอมอาหาร โดยทำจากปลาดุกล้วนๆ ทั้งตัว นำมาหมักด้วยเกลือและน้ำตาล เพื่อเนื้อปลาแห้งในระดับปานกลาง ปลาดุกร้าในแต่ละท้องที่จะมีรสชาติแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ กรรมวิธีการหมักและการตากแดด แหล่งผลิตปลาดุกร้าที่สำคัญในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่อยู่รอบทะเลสาบสงขลา ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดพัทลุง กลุ่มเกษตรกรในอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังและอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น กศน.อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช คุณศุภชัย สกุลแก้ว ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีสภาพภูมิประเทศติดชายฝั่งทะเลและมีพื้นที่ราบลุ่ม ที่ชาวบ้านสามารถปลูกข้าว มะพร้าวน้ำหอม และเลี้ยงปลาดุกเป็นอาชีพได้ ที่ผ่านมา กศน.อำ
โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่เรียกกันติดปากว่า สินค้าโอทอป (OTOP) เกิดจากเป็นนโยบายรัฐบาล เมื่อปี 2544 ที่ต้องการกระตุ้นการเติบโตของผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด One Village, One Product ของเมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น สินค้าโอท็อปส่วนใหญ่ของไทยเกิดจากการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติและภูมิปัญญาของปู่ย่าตายาย ซึ่งเป็นมรดกดั้งเดิมของท้องถิ่น แต่ขาดนวัตกรรมใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า จึงเกิดการลอกเลียนแบบได้ง่าย สังเกตได้จากหลายจังหวัดมีสินค้า OTOP ประเภทเดียวกันเต็มไปหมด และชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริหารต้นทุนการผลิตสินค้าให้เกิดความคุ้มค่า คุ้มทุน และขาดช่องทางขายที่ดี ด้วยเหตุนี้ แม้ชาวบ้านจะผลิตสินค้าได้เก่งสักเพียงใด แต่หาตลาดไม่ได้ ขายของไม่เป็น ก็เจ๊งขาดทุน ต้องเลิกกิจการเป็นจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องการตอบสนองนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าเพื่อสร้างพลังทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ เกิดการกระจายรายได้ให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างท
