สินค้า GI
พาณิชย์ตรังเดินหน้าฟื้น “พริกไทยตรัง” พืชเศรษฐกิจระดับตำนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ปลุกพริกไทยตรัง “พันธุ์ปะเหลียน” กลับสู่เวทีโลก ในงาน“วันพริกไทยตรัง : Trang Pepper Day 2026” พร้อมยกระดับเป็น Soft Power ด้านอาหารและสุขภาพ ชูจุดเด่น GI – Functional Food – Rare Item ตั้งเป้าลดการนำเข้า และขยายตลาด High-End สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ตั้งเป้าฟื้นอดีตพืชเศรษฐกิจชื่อดังระดับโลกสมัยรัชกาลที่ 5 ปลุกตำนานราชาเครื่องเทศ “พริกไทยตรัง พันธุ์ปะเหลียน” ในงาน “วันพริกไทยตรัง 2026 : Trang Pepper Day 2026” ให้กลับมาเป็น “Soft Power” ด้านอาหารและสุขภาพ ชูมาตรฐาน GI และสาร GLA ในพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ช่วยบำรุงสมอง ตั้งเป้าลดการนำเข้าและขยายการส่งออกสู่ตลาดสิงคโปร์ จีน และยุโรป นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการเปิดงาน “วันพริกไทยตรัง : Trang Pepper Day 2026 ว่าจังหวัดตรังเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและยกระดับพืชเศรษฐกิจ “พริกไทยตรัง” จากสวนพริกไทยสู่การเป็นนวัตกรรมอาหารที่คนทั่วโลกต้องรู้จัก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังดำเนินการจัดงาน“วั
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ มุ่งยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ด้วยมาตรฐานและระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มข้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมความเชื่อมั่นในตลาด ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาดีและมีราคาคงที่ พร้อมส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่ที่เข้มแข็ง ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนผ่านการแปรรูป การตลาด การท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างยั่งยืน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” GI น้องใหม่ของเมืองปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นสินค้าประมงอัตลักษณ์ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและทรัพยากรได้อย่างแท้จริง โดยมีแหล่งเพาะเลี้ยงในอำเภอบางบ่อ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีความชื้นสูงและฝนตกชุก อีกทั้งมีแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองไหลผ่านกว่า 63 สาย ส่งผลให้น้ำในพื้นที่มีลักษณะเป็นทั้งน้ำจืดในช่วงฤดูฝนและน้ำกร่อยในช่วงฤดูร้อน เอื้อต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลากะพงขาวที่เจริญ
กรมประมงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพประมงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร เสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันปลาพลวงชมพูสู่สินค้า GI ตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ต่อจากความสำเร็จจาก “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยไปก่อนหน้านี้ เพื่อยกระดับอาหารไทยสู่พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยเมนูพื้นถิ่นอันโดดเด่น สร้างเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภายใต้การดำเนินโครงการดังกล่าว กรมประมงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะ “การเลี้ยงปลาพลวงชมพู” โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการเลี้ยง ควบคู่กับการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลาพลวงชมพูและปัจจัยการผลิต เพื่อเป็นทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพ ปัจจุบันมีเกษตรกรในพื้นที่หันมาเลี้ยงปลาพลวงชมพูเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความสำเร็จของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านการส่งเสริมอาชีพด้านประมง สร้างรายได้ท
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดยะลา ตอกย้ำคุณภาพโดดเด่น จากเทือกเขาสันกาลาคีรี พร้อมควบคุมคุณภาพให้ได้วัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมที่มีเนื้อสัมผัสเป็นเอกลักษณ์ สมราคาสินค้าเศรษฐกิจสำคัญซึ่งเป็นเพชรเม็ดงามจากวิถีถิ่นชายแดนใต้ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” สินค้า GI รายการล่าสุดของจังหวัดยะลา มีคุณภาพโดดเด่นแตกต่างจากปลานิลทั่วไปอย่างชัดเจน จากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตรกรรม โดยแหล่งผลิตอยู่ในบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 27.5-28.5 องศาเซลเซียส มีหมอกและฝนตกชุกตลอดปี และน้ำในลำธาร มีปริมาณออกซิเจนสูงเนื่องจากสายน้ำไหลเวียนตลอดเวลา โดยเกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผันน้ำจากลำธารเข้าสู่บ่อเลี้ยง ส่งผลให้ปลามีเนื้อแน่นเด้ง มีไขมันแทรกเล็กน้อย และรสชาติหวานเป็นธรรมชาติ ทั้งยังโดดเด่นเรื่องความสะอาด ปราศจากกลิ่นโคล
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยผลสำเร็จของการส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในปี 2568 อย่างครบวงจร ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน GI การควบคุมคุณภาพการส่งเสริมการตลาด GI ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่อง GI ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สินค้า GI ไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่ามีอัตลักษณ์ มีความพิเศษจากสินค้าทั่วไป ทั้งในด้านเรื่องราวความเป็นมาและคุณภาพของสินค้า สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการและชุมชนที่ผลิตสินค้าได้ โดยในปี 2568 จากจำนวนสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 239 รายการ สามารถสร้างมูลค่าได้สูงถึงกว่า 82,000 ล้านบาท นางอรมน กล่าวว่า “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” หรือ “GI” เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เพราะถือเป็นสินค้าที่มีความพิเศษ เป็นชื่อเสียงหรืออัตลักษณ์ของชุมชนที่สัมพันธ์กับลักษณะทางภูมิศาสตร์ (ดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของพื้นที่) จึงมีความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป เมื่อสามารถควบคุมคุณภาพและรักษามาตรฐานการผลิตโดยการขึ้นทะเบียนเป็
รมว.อรรถกร ชวนเที่ยวงาน “GI fresh 2 you สินค้า GI สดใหม่ ใส่ใจคุณภาพ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 กรกฎาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พบกับสินค้าดีมีคุณภาพจากสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศหลากหลายชนิดมาจำหน่ายถึงผู้บริโภค เอาใจคนเมือง ได้ซื้อสินค้าดี มีคุณภาพจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง ทั้งข้าวสาร ผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป เนื้อโคขุน นม กาแฟ ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม ผ้าฝ้าย สินค้าหัตถกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย และสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 “GI fresh 2 you สินค้า GI สดใหม่ ใส่ใจคุณภาพ” พร้อมมอบรางวัล Coop Top Award 2025 แก่สถาบันเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกการประกวดสินค้าและผลิตภัณฑ์ ประจำปี 2568 ซึ่งมีสถาบันเกษตรกรที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ จำนวน 6 รางวัล โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายแสนยากร อุ่นมีศรี รองปลัดกรุงเทพมหานครและคณะผู้บริหารกระทรวงเกษ
รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า ปัจจุบันการขึ้นทะเบียนสินค้า GI (Geographical Indication ) หรือสินค้ามีการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงคุณภาพของสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจงในท้องถิ่น ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างโอกาสทางการตลาด เสริมสร้างเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น และเป็นกลไกสำคัญในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระดับท้องถิ่น ปัจจุบันมีสินค้าของชุมชนหลายประเภทที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เช่น ข้าว อาหาร ผัก/ผลไม้ ผ้า (ไหม+ฝ้าย ) หัตกรรม/อุตสาหกรรม ไวน์-สุรา สินค้าที่มีชื่อเสียงได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดพัทลุง กาแฟดอยช้าง ส้มโอนครชัยศรี ฯ สินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI จึงมีราคาสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่ขายในท้องตลาด ดังนั้น จึงมักเกิดปัญหาการแอบอ้างหรือปลอมแปลงสินค้า GI ซึ่งวิธีการตรวจสอบสวนใหญ่จะตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของสินค้า แหล่งผลิต และการขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ สทน. จึงได้ทำการศึกษาวิจัยโดยใช้เทคโนโลยีทางนิวเคลียร์เพื่อตรว
นางสาวกนิษฐา กังสวนิช รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้เข้มแข็ง ซึ่งสินค้า GI เป็นหนึ่งในสินค้าที่มีอัตลักษณ์และมีศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ไทยในทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ปัจจุบันมีสินค้าขึ้นทะเบียน GI ทั่วประเทศ ทั้งในกลุ่มสินค้าประเภทอาหาร ผลผลิตทางการเกษตร และสิ่งของเครื่องใช้ รวม 206 สินค้า สร้างมูลค่ากว่า 71,000 ล้านบาทต่อปี นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า ล่าสุด ได้การลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบปะหารือกับเกษตรกร ผู้แปรรูป และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ดตับเต่า เพื่อผลักดันเห็ดตับเต่าขึ้นทะเบียน GI นำมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของชาวอยุธยา ซึ่งนำมาทำเมนูอาหารได้หลายอย่าง อาทิ ทาร์ตแกงคั่วเห็ดตับเต่าปลาย่าง เห็ดตับเต่าเป็นพืชที่อยู่คู่กับชาวกรุงเก่ามายาวนาน โดยมีหมวกเห็ดมนเป็นรูปกระทะคว่ำ ผิวมัน เนื้อเห็ด มีความแข็ง หนา และเหนียวแน่น ผิวสีน้ำตาลเข้มปนเหลืองอ่อน โคนก้านใหญ่ มีรสชาติดี พื้นที่ของจังหวัดเ
ข้าวหอมมะลิเป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อของเกษตรกรผู้ทำนา เพราะจะเห็นได้จากการค้าขายทั้งในและต่างประเทศ ผู้บริโภคต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความอร่อยและมีรสสัมผัสที่ดี ซึ่งข้าวหอมมะลิที่ปลูกในแถบอีสานเป็นอีกหนึ่งผลผลิตที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของความนุ่มและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว พร้อมทั้งมีการผลิตแบบอินทรีย์ส่งผลให้ข้าวหอมมะลิอินทรีย์เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีคุณภาพตามที่ตลาดมีความต้องการ “ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้” เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีคุณภาพ เพราะข้าวที่ปลูกในพื้นที่แห่งนี้จะเป็นข้าวที่ค่อนข้างมีความหอมเป็นอย่างมาก ด้วยสภาพพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ ดินเป็นดินร่วนปนทราย พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ จึงทำให้การปลูกข้าวที่เป็นทั้งที่ดินแห้งแล้งและดินที่มีความเค็มนี้เอง ทำให้ข้าวเกิดความเครียดและหลั่งสารหอมออกมาทำให้มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และมีความพิเศษ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคามได้จับมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร ได้ทำการผลักดันให้ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI จังหวัดมหาสารคาม เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ตั้
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญายังคงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น ผ่านนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากบนพื้นฐานแห่งอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย โดยใช้ประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าในแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนให้ความคุ้มครอง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยกรมจะเดินหน้าส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ส้มควายภูเก็ต” สินค้า GI รายการใหม่ลำดับที่ 3 ของจังหวัดภูเก็ตต่อจากสินค้าสับปะรดภูเก็ต และมุกภูเก็ต ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้ “ส้มควายภูเก็ต” เป็นพันธุ์ส้มที่มีทรงผลกลม ร่องผิวเปลือกตื้น เนื้อละเอียด หนา แน่น รสชาติเปรี้ยวจัด มีขอบเขตการปลูกครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดภูเก็ต ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนเหนียว อุดมไปด้วยธาตุอาหารหลักที่จำเป็น อีกทั้งสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกชุกตลอดปี ถือเป็นพื้นท
