สีย้อมผ้า
ต้นคราม จัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร เป็นพรรณไม้ที่ชอบแสงแดด ทนทานต่ออากาศร้อน ฝน และดินเค็มได้ดี พบขึ้นได้ตามป่าโปร่งทางภาคอีสานและทางภาคเหนือ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ชาวบ้านนิยมปลูกต้นคราม เพื่อใช้สำหรับทำสีย้อมผ้า และใช้น้ำคั้นจากใบคราม นำมาใช้บำรุงเส้นผม ช่วยป้องกันผมหงอก เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชสมุนไพรในท้องถิ่น วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาครได้นำใบครามมาแปรรูปเป็น “ผลิตภัณฑ์สมุนไพรย้อมผมออร์แกนิคจากผงคราม (Indigo)” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% ปลอดภัยจากสารเคมี สินค้าทางเลือกของกลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ ทั้งเป็นสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม สามารถแก้ปัญหาผมหงอกในกลุ่มลูกค้าสูงวัยหรือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนสีผมแบบปลอดภัย และสินค้านี้สามารถแข่งขันกับสินค้าที่มีจำหน่ายในท้องตลาดได้สบาย โดยชูจุดเด่นเรื่องสินค้ากลุ่มออร์แกนิค เป็นการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย มาแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรในท้องถิ่น เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือชุมชน วิธีการทำ สมุนไพรย้อมผมสูตรใบคราม ใช้ส่วนผสมสำคัญคือ ผงจา
เนื่องจากคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์สีย้อมสังเคราะห์ 5 ชนิด ได้แก่ สีไดเร็กต์ สีรีแอกทีฟ สีแวต สีซัลเฟอร์ และสีแอซิด ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้นำเข้าสีย้อมสังเคราะห์ดังกล่าว ต้องยื่นขออนุญาตเพื่อยืนยันว่า สีย้อมสังเคราะห์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งกรณีนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอและย้อมสีเส้นใย รวมถึงการย้อมสีเส้นไหมด้วย ดังนั้น กรมหม่อนไหม จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยเข้ามาเรียนรู้การย้อมสีธรรมชาติ ที่ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ย้อมสี” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการย้อมเส้นไหมด้วยวัสดุธรรมชาติ ซึ่งให้สีสันสวยงามสุดคลาสสิก เป็นเอกลักษณ์และมีคุณภาพไม่แพ้การย้อมสีสังเคราะห์ ที่สำคัญยังมีความปลอดภัยสูงและช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วย ปัจจุบันกรมหม่อนไหมมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ไม้ย้อมสี จำนวน 15 ศูนย์ทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ศมม.) แพร่ ตาก อุดรธานี หนองคาย สก
