สุพรรณบุรี
เฟิร์น (Fern) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteridophyta เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราว 20,000 สปีชีส์ โดยถูกจำแนกในไฟลัม Pteridophyta หรือ Filicophyta เฟิร์นเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงที่แตกต่างไปจากไลโคไฟตา (lycophyte) ตรงที่มีลักษณะใบแท้จริง (megaphylls) ที่ต่างจากพืชที่มีเมล็ด และที่สำคัญระบบสืบพันธุ์ไม่มีดอกและเมล็ด ซึ่งวงจรชีวิตของเฟิร์นนั้นเป็นวงจรชีวิตแบบสลับ โดยมีระยะสปอโรไฟต์ที่มีโครโมโซม 2 ชุด (diploid) และแกมีโทไฟต์ที่มีโครโมโซม 1 ชุด (haploid) ซึ่งแกมีโทไฟต์ของเฟิร์นสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ เฟิร์นเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้าจึงมีความต้องการสารอาหารในปริมาณที่ไม่มาก ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้บนดินที่เลว บนหิน ตามร่องหินหรืออาศัยอยู่บนต้นไม้ได้ จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสวน เพื่อให้เกิดความอ่อนช้อยและมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาปะปนอยู่กับไม้อื่นๆ ภายในบริเวณนั้น คุณสุเมธ ศรีสุนทร เป็นเกษตรกรปลูกเฟิร์นอยู่ที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฟิร์นที่เขาปลูกและขยายพันธุ์นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยเริ่มทำจากความชอบจนกลายมาเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ค
นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามการดำเนินงานของ แปลงใหญ่ทั่วไป (ข้าว) ตำบลหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการผลิตข้าวตามมาตรฐาน GAP เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) มีบริการให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตข้าวคุณภาพ โดยกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวได้เข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ปี 2564 และได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีอุปกรณ์เพื่อใช้ในกระบวนการผลิต โดยเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้า และการบริหารจัดการกลุ่มจากการติดตามของ สศท.7 พบว่า แปลงใหญ่ทั่วไป (ข้าว) เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกร 82 ราย พื้นที่ปลูกรวม 3,200 ไร่ โดยมี นายยอด อินสว่าง เป็นประธานกลุ่มแปลงใหญ่ และ นายนิมิตร สว่างศรี เป็นผู้จัดการกลุ่มแปลงใหญ่ ซึ่งเกษตรกรสมาชิกในพื้นที่อำเภอสามชุก ปลูกข้าวนาปี และนาปรัง จำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวดอกมะลิ105 ข้าว กข41 กข85 กข95 และ กข111 ได้ผลผลิตรวมทุกพันธุ์ จำนวน 2
วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค พร้อมลุยต่อเพื่อการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมโรดโชว์ สำหรับงาน Horti Agri Next Asia (ฮอร์ติ อะกริ เน็กซ์ เอเชีย) ซึ่งมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2568 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่และกว้างขวางกว่าเดิม ตลอดจนการจัดงานเคียงคู่ไปกับงานแสดงสินค้านานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์อย่าง VIV Asia (วิฟ เอเชีย) และ Meat Pro Asia (มีท โปร เอเชีย) ซึ่งเป็นสัปดาห์การจัดงานที่ครอบคลุมทุกห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงอาหารเพื่อการบริโภค คุณชนิดา คลาร์ค ผู้จัดการโครงการอาวุโส วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า “เราตระหนักเห็นถึงความสำคัญของการเกษตรไทยมาอย่างต่อเนื่องจากการจัดงาน Horti Asia มาโดยตลอด ซึ่งการปรับเปลี่ยนโฉมมาสู่งาน Horti Agri Next Asia (ฮอร์ติ อะกริ เน็กซ์ เอเชีย) ครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจการเกษตร ที่ไม่เพียงแค่จำกัดเพียงความเชื่อมโยงระหว่างพืชไร่-พืชสวน แต่ยังสามารถเชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมข้างเคียงอย่างอุตสาหกรรมปศุสัตว์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะพืชไร่ประเภทที่เป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง หรือแม้กระทั่งค
การเลี้ยงแพะสำหรับผู้คนทั่วไปอาจจะมองว่าต้องใช้ต้นทุนสูงในการเลี้ยง แต่ครั้งนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพามาทำความรู้จัก การเลี้ยงแพะแบบลดต้นทุน กับ คุณสมยศ กาละสอน หรือ คุณลุงแดง เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่บ้านท่าข้าม ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากอาชีพหลักที่ทำงานบริษัทก่อสร้าง ทำให้มีรายได้เสริมมาเลี้ยงครอบครัวมากขึ้น แรกเดิมทีคุณลุงแดงได้สนใจการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริม จึงได้ศึกษาก่อนที่จะมาเริ่มเลี้ยง พอศึกษาได้ในระดับหนึ่งแล้ว เขาจึงได้ทำการซื้อแม่แพะมา 1 ตัว ต่อมาแม่แพะได้คลอดลูกจึงได้ทำการเลี้ยงจนมีคนมาขอซื้อต่อในราคาที่สูง ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่าเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมคงจะมีรายได้ที่ดี ปัจจุบัน นี้คุณลุงแดงเลี้ยงแพะมาเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว แพะส่วนใหญ่ที่เลี้ยงจะเป็นแพะพันธุ์บอร์ลูกผสม คุณลุงแดง บอกว่า แพะพันธุ์บอร์ลูกผสมจะมีต้นทุนที่ไม่สูงมาก จึงเหมาะกับคนที่มีทุนน้อย ถ้าเป็นพันธุ์บอร์แท้จะมีราคาที่สูงกว่าพันธุ์บอร์ลูกผสม ส่วนเรื่องการเลี้ยงดูนั้นให้กินต้นกระถินเป็นหลัก คุณลุงแดง ได้บอกกับทางเทคโนโลยีชาวบ้านอีกด้วยว่
ผกากรอง เป็นพรรณไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ ต้นของผกากรองสูงโดยเฉลี่ย 2-6 ฟุต ใบ เป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม พื้นใบมีสีเขียวเข้ม ใบดก ใบมีลักษณะสากระคายมือ โดยใบออกเป็นคู่ๆ สลับเรียงกันตามกิ่งก้าน ทำให้ดูเป็นพุ่มหนาทึบ ดอกของผกากรองมีหลากหลายสีขึ้นอยู่กับชนิด ดอก ออกเป็นกระจุกรวมกันเป็นดอกเดียว ทรงคล้ายๆ กับดอกเข็ม โดยออกดอกตรงบริเวณส่วนยอดของกิ่ง ดอกมีมากมายหลายสี เช่น ดอกสีแดง สีเหลือง สีขาว สีม่วงอ่อน สีชมพู ซึ่งบางทีใน 1 ดอก สามารถเปลี่ยนได้มากกว่า 1 สี สามารถปลูกได้กับดินทุกชนิด แต่จะชอบดินที่เป็นดินร่วนซุย หรือดินปนทรายมากกว่า โดยเฉพาะดินที่มีการระบายน้ำได้ดี คุณวรรณพร ประดู่วงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 67/4 ตำบลยางนอน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรหญิงแกร่งที่ได้ใช้เวลาว่างหลังจากทำนา มาผลิตต้นผกากรองจำหน่าย เพราะหลายปีที่ผ่านมาปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร ส่งผลให้การทำนาไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปีเหมือนเช่นเคย จึงได้ยึดการผลิตผกากรองเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับเธอมาในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา คุณวรรณพร เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลังของครอบครัวมีในเรื่องของการค้าขาย
ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นใหม่ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์พืชให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร ในอดีตใช้ชื่อว่า ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ตั้งอยู่บ้านดอนห้วยราบ หมู่ที่ 12 ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ 380 ไร่ ก่อตั้งและเริ่มดำเนินการมา ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2545 เป้าหมายเพื่อพัฒนางานด้านพันธุ์พืชเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ฝึกอบรมอาชีพการเกษตรทั้งในด้านการผลิตและการใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการ การอนุบาล การขยายเพิ่มปริมาณ การกระจายพันธุ์พืช สนับสนุนให้เกษตรกรนำไปปฏิบัติให้ได้คุณภาพ ปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์การผลิตต้นพันธุ์ปริมาณมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว ต้นพืชที่ผลิตจะปลอดโรค ต้นพืชจะมีลักษณะพันธุกรรมเหมือนต้นแม่ ต้นพืชมีขนาดสม่ำเสมอ เก็บเกี่ยวได้ครั้งละมากๆ หรือในเวลาเดียวกัน ในรอบปีที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ผลิตและอนุบาลต้นพันธุ์พืชเนื้อเยื่อและการเพาะเมล็ด ได้แก่ ผลิตต้นพันธุ์พริก มะเขือ หน่อไม้ฝรั่ง พันธุ์กล้วย จัดทำแปลงเกษตรผสมผสานตาม
ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การดูแลของสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 2 จังหวัดราชบุรี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2544 ตั้งอยู่เลขที่ 2 หมู่ที่ 12 บ้านดอนห้วยราบ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ความเป็นมานั้นเริ่มจากได้รับการสนับสนุนจาก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 11 คุณปราโมทย์ รักษาราษฎร์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จัดหาที่ดินราชพัสดุเพื่อก่อสร้างศูนย์ จำนวน 100 ไร่ และได้รับบริจาคจาก คุณนภดล มาตรศรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ในสมัยนั้น อีกจำนวน 94 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ 194 ไร่ ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารที่ทำการ อาคารฝึกอบรม อาคารโรงอาหาร อาคารหอพัก อาคารผลิตขยายศัตรูพืชธรรมชาติ ภายในวงเงิน 54 ล้านบาท ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2545 คุณสมคิด เฉลิมเกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์ เล่าให้ฟังว่า ศูนย์มีบทบาทในการศึกษา ทดสอบการใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชในพื้นที่รับผิดชอบ ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีควบคุมศัตรูพืช
สุพรรณบุรี ผุดโครงการ “เส้นทางตามรอยทวารวดี มีดีต้องโชว์” เปิดการท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ เพื่อกระตุ้นรายได้ให้กับชุมชน กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม) นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า กิจกรรมเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ “เส้นทางทวารวดี มีดีต้องโชว์” ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ในครั้งนี้เพื่อเป็นการรื้อฟื้นเส้นทางความเจริญตั้งแต่ในอดีตในสมัยทวารวดี ซึ่งเชื่อมโยงกันใน 4 จังหวัดปัจจุบันคือสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรีและ นครปฐม เพื่อให้คนรุ่นหลังหรือนักท่องเที่ยวได้เข้าไปศึกษา เข้าไปท่องเที่ยว เข้าไปเห็นขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม เเละรำลีกถึงความเจริญที่ผ่านมา ที่สำคัญกิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวใน 4 จังหวัดดังกล่าวได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ เข้ามาเยี่ยมชม สถานที่สำคัญต่างๆในสมัยทวารวดี เพื่อนำไปเปิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ “เป้าหมายของผมชัดเจนกับกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่เส้นทางท่องเที่ยวเส้นทางใหม่ ให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวไ
