สุรา
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีการเพาะปลูกข้าวเป็นหลัก ในแต่ละปีมีการผลิตและส่งออกข้าวจำหน่ายในปริมาณสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก การอนุรักษ์สายพันธุ์ดั้งเดิมของข้าวพื้นเมืองเอาไว้ โดยนำมาผลิตเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำพวกสาโทนั่นเอง จากเครื่องดื่มพื้นบ้าน มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะประกอบร่างสร้างให้กลายเป็นสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่มีดีทั้งคุณภาพและรูปลักษณ์ ยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจขึ้นสู่ของดีประจำชาติ และยังสร้างรายได้มหาศาลกลับคืนสู่ผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชน การส่งเสริมแบรนดิ้งให้แข็งแรง ให้คุณค่ากับความเฉพาะตัวของวัตถุดิบพื้นถิ่น ใส่ใจในการออกแบบหน้าตาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยเพื่อเพิ่มสุนทรียะในการดื่มชิม คือตัวอย่างองค์ประกอบที่จะพาให้เครื่องดื่มพื้นบ้านไปไกลได้ทั้งในไทยและต่างแดน ความโดดเด่นทางภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยส่งผลให้แต่ละภูมิภาคมีการเพาะปลูกพืชพันธุ์ที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะมีจุดร่วมคือภูมิปัญญาหมักดองถนอมอาหารแต่การแปรรูปข้าว พืชผลไม้พื้นถิ่น สมุนไพรเหล่านี้ก็ยังต้องอาศัยภูมิปัญญาของชุมชนปราชญ์ ชาวบ้านที่ศึกษาและลงลึกในการหยิบจับส่วนผสมต่างๆ มาทดลองหมักบ่มผ่
Thai Spirit ชูแนวคิดโตอย่างยั่งยืน นำ “ธุรกิจเครื่องดื่ม” สร้างโอกาส เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ความยั่งยืน (Sustainability) ของธุรกิจเริ่มต้นจากอะไร? สิ่งที่เป็นรูปธรรม คือส่งผลให้ธุรกิจแข่งขันได้ เติบโต มีกำไรหล่อเลี้ยงองค์กรให้มีเสถียรภาพ นั่นคือแนวคิดของ ซีอีโอพันล้าน คุณเทพอาจ กวินอนันต์ ที่เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้นำเข้าเครื่องดื่มเบียร์แบรนด์ยอดนิยมจากต่างประเทศมาทำการตลาด และจำหน่ายในประเทศไทย ผู้ปลุกรสนิยมตลาดเบียร์นำเข้ายุค 90 ซึ่งถ้าเอ่ยชื่อ บรรดานักดื่มจะต้องรู้จักดี โดยปัจจุบันเขาขยายอาณาจักรธุรกิจ จนครอบคลุมสินค้าประเภทเครื่องดื่มหลากหลายประเภท “ไข่หลายใบอยู่ในตะกร้าใบเดียว เสี่ยงเกินไป” คุณกณพ ปรารถนาดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย สพิริท อินดัสทรี จำกัด (TSI) โรงงานผลิตเครื่องดื่ม ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่ม RTD (Ready To Drink) ทั้งรูปแบบแบรนด์ของโรงงานเอง OBM (Original Brand Manufacturer) รวมถึง รับจ้างผลิต OEM (Original Brand Manufacturer) ให้กับแบรนด์อื่น เจ้าของคือ คุณเทพอาจ กวินอนันต์ ที่เริ่มทำธุรกิจนำเข้าเบียร์แบรนด์ยอดนิยมต่างประเทศมาจำหน่า
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ โดยสาระสำคัญส่วนหนึ่งได้กำหนดรายได้เพิ่มเติมให้กองทุนผู้สูงอายุ ที่มีการดำเนินการอยู่แล้วเพิ่มเติม โดยให้ได้รับเงิน 2% ของภาษีสุราและยาสูบ แต่ไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ต่อปี เงินที่เก็บเพิ่มจากภาษีบาป ไม่มีผลต่อราคาสินค้า เนื่องจากการเก็บเพิ่ม 2% จากเนื้อภาษีที่เสียอยู่ปัจจุบัน เช่น สินค้าบาปราคา 100 บาท เสียภาษีสรรพสามิต 10% หรือ 10 บาท ซึ่งการเก็บเพิ่มอีก 2% เป็นการเก็บเพิ่มจาก 10 บาท ที่เป็นภาษี ไม่ใช่ 100 บาท ที่เป็นราคาสินค้า ดังนั้น พ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายสุรายาสูบไม่ควรฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าสูงเกินไป เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถือว่าน้อยมาก นอกจากนี้ การเก็บภาษีดังกล่าวยังไม่มีผลทันที เพราะต้องรอให้ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ มีผลบังคับใช้ ซึ่งยังต้องผ่านขั้นตอนให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างกฎหมาย และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2561 ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
