สูญพันธุ์
เว็บไซต์เทเลกราฟ รายงาน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา อ้างรายงานของกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) ซึ่งเปิดเผยรายงานเตือนว่า สัตว์ป่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวtวิกฤต มีจำนวนลดลงอย่างมาก พร้อมเสนอแนะว่าทางเดียวที่จะช่วยโลกจากภาวะล่มสลายที่ไม่สามารถแก้ไขได้นั้น คือการร่วมมือผ่านข้อตกลงที่ใหญ่ระดับเดียวกับ “ข้อตกลงปารีส” ที่เกี่ยวเนื่องกับความเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลก รายงานของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ระบุถึงภาวะดังกล่าวซึ่งจะส่งผลกับเศรษฐกิจโลกและมนุษยชาติว่า จากการสำรวจพบว่า จำนวนประชากรสัตว์มีกระดูกสันหลังในโลกลดลงจากปี 1970 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ผลจากฝีมือมนุษย์ ที่ทำลายสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย โดยเฉพาะช่วง 50 ปีหลังที่การขยายพื้นที่เกษตรเพื่อรองรับความต้องการของจำนวนประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้น ส่งผลให้ระบบนิเวศใกล้จะล่มสลายลง พร้อมทั้งระบุว่า สัตว์อย่างปลานั้นมีอัตราสูญพันธ์ุมากที่สุดในบรรดาสัตว์มีกระดูกสันหลังของโลก โดยสัตว์น้ำจืดหายไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปลาและสัตว์ทะเลถูกจับขึ้นจากทะเลแล้วนับตั้งแต่ปี 1950 ถึง 6 พันล้านตัน ขณะที่นกทะเลที่มีพลาสติกอยู่ในท้องเพิ่มขึ้นจาก 5 เปอร์เ
ชื่อสามัญ ทะลอก ชื่อวิทยาศาสตร์ Vatica philastreana Pierre วงศ์ Dipterocapaceae ในปีนี้ถ้าจะว่าไปแล้ว เป็นปีทองสำหรับผู้เขียน เพราะได้เจอเรื่องมหัศจรรย์หลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องต้นไม้ที่ออกดอกออกผลกันยกใหญ่ ทั้งการได้พบเจอตะเคียนทองต้นใหญ่ยักษ์งอกเบี้ยใต้ต้นเป็นหมื่นๆ แสนๆ ต้น ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายสิบปี ทั้งต้นกาจะหรือมะเกลือกาที่บ้านเมืองนนท์ ที่เพิ่งลงดินได้ 2 ปี กลับออกดอกเต็มต้น หรือจะเป็นเพราะปีนี้อากาศสุดจะวิปริต หรือเพราะเป็นธรรมดาของต้นไม้ที่จะรับรู้ว่าฝนจะตกเมื่อไร จึงได้ผลิตลูกหลานมาอย่างหนำใจ (ไว้โอกาสหน้าจะเขียนเรื่องต้นไม้ทำนายฝน…) ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ ผู้เขียนมีโอกาสได้เจอ ต้นทะลอก ต้นยางใหญ่ยักษ์อายุเกินร้อยปี ทั้งๆ ที่วันที่ได้ต้นกล้าครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อน จากคุณหมอท่านหนึ่ง ซึ่งท่านนำมาจากมาเลเซีย แค่นั้นไม่พอท่านได้ใส่ข้อมูลไว้ในสมองผู้เขียนว่า ในเมืองไทยหาไม่ได้แล้วนะเจ้าคุณพี่ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ ที่ไทยน่ะสูญพันธุ์ไปแล้ว และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นก็คือ ต้นทะลอกต้นนี้ออกลูกมาอย่างทะลักทะเลื่อเหมือนจะอวดโฉมให้เราได้เห็นเขาอย่างเต็มตาหลังจากหลบ
นางสาวเยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์สกลนคร กล่าวว่า ได้นำทีมปศุสัตว์ลงพื้นที่พบปะกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ หมู่บ้านคำผักแพว ต.โนนหอม อ.เมืองสกลนคร พร้อมนำอุปกรณ์ฝังไมโครชิปกระบือเพศเมียที่เข้าร่วมโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อขึ้นทะเบียนผ่านบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมการเคลื่อนย้าย จำหน่าย หรือนำเข้าโรงฆ่าสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนคัดกรองป้องกันโรคระบาด “กรมปศุสัตว์มีความเป็นห่วงประชากรกระบือ หวั่นว่าจะสูญพันธุ์อย่างน่าใจหาย เนื่องจากมีข้อมูลจากการสำรวจทั้งประเทศ พบเหลือประชากรกระบือไม่ถึง 1 ล้านตัว จึงต้องขึ้นทะเบียนฝังไมโครชิป กระบือเพศเมียและเร่งขยายพันธุ์ หากไม่เร่งดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ จะเกิดปัญหาใหญ่ในอนาคต ที่สำคัญการขึ้นทะเบียนไมโครชิป ยังเป็นการสำรวจประชากรกระบือในพื้นที่ และป้องกันโรคระบาด สำหรับจังหวัดสกลนคร ปศุสัตว์พยายามส่งเสริมการเลี้ยงกระบืออย่างเต็มที่ โดยจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ สามารถฝังไมโครชิปกระบือตัวเมียได้มากกว่าร้อยละ 90 แล้ว จะเริ่มขยายผลฝังไมโครชิปโคต่อไป ซึ่งประชากรโคยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรยังคงเลี้ยงกันจำนวน
