สู้วิกฤตโควิด-19
หอการค้าไทย จับมือเครือข่าย ส่งเสริมและพัฒนา SMEs เติมองค์ความรู้ พร้อมสร้างโอกาสการเข้าสู่ Modern Trade บรรเทาผลกระทบจากวิกฤตโควิด เตรียมความพร้อมสำหรับการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือการผันตัวไปเป็นผู้ประกอบการได้อย่างเข้มแข็งในอนาคต นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือ SMEs ต่างก็ได้รับผลจากวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งทำให้เกิดการชะลอตัวในภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของภาคเอกชน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ในไตรมาส 2/2563 ติดลบ 12.2% โดยเฉพาะตัวเลขสถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบันมีความน่ากังวลอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการล็อกดาวน์ในไตรมาส 1 ที่มีอัตราการว่างงานเพียง 1% หรือประมาณ 4 แสนคน พุ่งสูงขึ้นเป็น 8 แสนคน หรือ 1.95% ทั้งนี้ จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นภายใน 6 เดือน จนถึงสิ้นปีนี้ ธุรกิจ SMEs อาจมีการปลดคนงานสูงถึง 2 ล้านคน “หอการค้าไทย มิได้นิ่งนอนใจ และได้พยายามหาหนทางในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการมาโดยตลอด แต่ด้วยภาวะชะลอต
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว มูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โปรดิวส์ จำกัด เปิดตัวโครงการ Better Farms, Better Lives เพื่อส่งความห่วงใยต่อภาคการเกษตรโดยการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด -19 ในประเทศไทย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives พร้อมรับมอบชุดผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ความปลอดภัยจำนวน 50,000 ชุด พร้อมโครงการการฝึกอบรมความรู้การผลิตข้าวในวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยี่ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ลดเวลาและแรงงาน ทำให้ชุมนุมชนเกิดความยั่งยืน รวมมูลค่า 20 ล้านบาท จาก นายโจว ฝาน รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาครอบคลุม จังหวัดปทุมธานี สุพรรณบุรี พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง 26 จังหวัด ในพิธีเปิดโครงการ Better Farms, Better Lives ยังได้รับเกียรติจากนายทรรศนะ ลาภรวย ที
ปฏิทินข่าวกิจกรรม : โครงการ “ร่วมใจสู้ภัย COVID-19 (สินค้าราคาพิเศษ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน)” “มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์” จับมือร่วมกับพันธมิตรภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดโครงการ ร่วมใจสู้ภัย COVID-19 (สินค้าราคาพิเศษช่วยเหลือพี่น้องประชาชน)” ซึ่งเป็นกิจกรรมออกบู๊ธจำหน่ายสินค้า อุปโภค บริโภค ในราคาพิเศษ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยมีสินค้าที่มาร่วมออกบู๊ธ อาทิ ข้าวตราฉัตร (ซี.พี. อินเตอร์เทรด), ซี.พี. เฟรชมาร์ท, ซี.พี. ออลล์, ซีพีเอฟ, ทรู คอร์ปเปอเรชั่น, เพอร์เฟค คอมพาเนียน, ไก่ย่าง 5 ดาว, อาหารสดและแปรรูปแบรนด์ C.P. เป็นต้น ระหว่าง วันที่ 5-7 มิถุนายน 2563 ณ สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
กรุงเทพฯ 18 พฤษภาคม 2563 – การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนอย่างเป็นวงกว้าง ภาคการเกษตรเองก็ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมีภาวะภัยแล้งจ่อคุกคามอยู่ด้วย เกษตรกรจึงต้องปรับตัวและมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่ไม่เพียงลงทุนคุ้มค่า แต่ยังให้ผลิตผลไว และสามารถสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวได้เร็ว บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย มุ่งส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรชาวไทยมีผลิตผลดี รายได้มั่นคง และสามารถปรับตัวอยู่รอดท่ามกลางภัยต่างๆ ที่กำลังคุกคามภาคการเกษตรได้ จึงขอแนะนำการปลูกพืชอายุสั้น ดูแลง่าย เก็บเกี่ยวได้ไวภายใน 1-2 เดือน เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปได้มีช่องทางสร้างรายได้ที่มั่นคง ช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยพืชอายุสั้นที่เจียไต๋แนะนำมีดังนี้ แตงกวาเขียวมาลัย 2 เป็นแตงกวาลูกผสม เป็นที่นิยมในตลาด นอกจากผิวสีเขียวและรูปทรงกระบอกสวยงาม ให้ผลิตผลเกรดเอแล้ว ยังปลูกง่าย ทนโรคไวรัสและราน้ำค้าง สามารถเก็บเกี่ยวได้นานกว่าพันธุ์ทั่วไป ทำให้เกษตรกรได้ผลิตผลมาก มีรายได้สูงขึ้น แตงกวาเขียวมาลัย 2 มีอายุเก็บเกี่ยว 35-37 วัน สามารถปลูกได้ตลอ
