ส่งเสริมการอ่าน
วาทกรรมที่ว่า “คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัด” เป็นวาทกรรมที่น่าตกใจสำหรับทั้งคนในวงการศึกษาและนอกวงการศึกษา แต่ในขณะเดียวกันมีความเห็นจากอีกหลายฝ่ายที่มีข้อสงสัยและคัดค้านกับวาทกรรมนี้ หากแต่วาทกรรมนี้ทำให้ใครหลายๆ คนต้องตื่นตัวกับการส่งเสริมให้คนไทยอ่านหนังสือให้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดพฤติกรรมการอ่านที่สูงขึ้นของประชาชนไทย แต่บางครั้งเราอาจลืมไปว่าการสนับสนุนหรือกระตุ้นให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น ไม่ได้เป็นสร้างนิสัยรักการอ่านที่ยั่งยืนเท่ากับการปลูกฝังการรักการอ่านในช่วงวัยเด็ก ที่ต้องลงทุนในด้านเวลาและความร่วมมือของหลายฝ่ายมากกว่าการรณรงค์ให้ประชาชนรักการอ่านที่ล้มเหลวมาโดยตลอด การปลูกฝังการอ่านอาจทำได้ด้วยวิธีที่หลากหลาย ตามแต่ทฤษฎีหรือความเชื่อต่างๆ หนึ่งในโครงการด้านการอ่านของจังหวัดยโสธร “ชวนกันอ่านให้ลูกฟัง” มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อทั้งเยาวชนและสถาบันครอบครัว โครงการนี้ได้นำความคิดของการอ่านหนังสือให้กับเด็กแรกเกิด โดยผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ หรือปู่ ย่า ตา ยาย ครอบครัวทุกฐานะยากดีมีจน เป็นผู้อ่านให้เด็กฟัง ความคิดนี้อาจดูเป็นความคิดที่แหวกแนว หรืออาจถูกมองว
นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยผลการประชุมผู้บริหารระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศผ่านระบบทางไกล วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Conference DLTV ช่อง 14 CBEC Channel ในรายการ “พุธเช้าช่าว สพฐ.” ว่า เนื่องจาก สพฐ.เป็นหน่วยงานใหญ่มีบุคลากรจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องจัดประชุมด้วยระบบดังกล่าวทุกสัปดาห์ เพื่อให้การสื่อสาร การสั่งการ ลงสู่กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติได้ครอบคลุม สพท.สามารถนำเสนอผลงานของสถานศึกษาหรือผลจากการปฏิบัติงานตามนโยบายกับที่ประชุมได้ทันที ที่สำคัญหากมีข้อสงสัยติดขัด หรือเกิดความไม่ชัดเจนในข้อสั่งการ ก็สามารถหารือและทำความเข้าใจได้โดยตรง และยังเป็นการประชุมที่ลงทุนน้อยแต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกคน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถรับรู้ รับฟังได้ ขณะเดียวกันก็สามารถเสนอความเห็นได้ด้วย ในการประชุมครั้งแรกนายบุญรักษ์ยอดเพชรเลขาธิการกพฐ.ได้มีนโยบายให้เน้นนำสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดในรายการ ‘ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการศึก
