ส้มบางมด
ส้มเขียวหวาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ส้มบางมด” เทคนิคการเลี้ยงต้นส้มบางมดในช่วงแรกมีการลองผิดลองถูกเรื่องการเลี้ยงต้นส้ม ต้นส้มใช้ระยะเวลาในการเติบโตอยู่ที่ 3 – 6 ปีกว่าจะได้ต้นส้มที่โตเต็มที่และสามรถเก็บเกี่ยวได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วงปีแรกต้นส้มจะแตกใบอ่อนออกมาชาวสวนจะเริ่มกักท้องร่องให้น้ำแห้งเพื่อให้ต้นเหี่ยว และพอถึงฤดูฝนเจ้าฝนที่ตกลงมาในหน้านั้นจะทำให้ต้นส้มยิ่งผลิดอกและออกผลเป็นอย่างดี ปีที่ 2 ชาวสวนจะทำการกักน้ำอีกครั้งเหมือนปีแรก เมื่อเริ่มเข้าปีที่ 3 ต้นส้มจะโตเต็มที่ผลสุกกินได้ ซึ่งโดยส่วนมากชาวสวนจะเก็บผลส้มแค่ช่วงล่างๆ เท่านั้น พวกเขาจำเป็นต้องเหลือส้มไว้เลี้ยงลำต้นด้วย ถัดมาปีที่ 4-5 ปี ชาวสวนถึงจะเก็บช่วงบนของต้นส้มได้ ทำให้ชาวสวนเก็บผลผลิตได้มากกว่าปีแรกๆ และเมื่อเข้าสู่ปีที่ 6 ต้นส้มพร้อมโตเต็มที่เราจึงไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกไว้อีกแล้ว ชาวสวนสามารถเก็บผลส้มได้ทั้งต้น สรุปได้ว่าเมื่อครบ 1 ปีชาวสวนสามารถเก็บผลผลิตได้เลยไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลำต้น ซึ่งนั้นส่งผลทำให้ชาวสวนมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และพอส้มเขียวหวานหรือส้มบางมดเริ่มติดผลดก มีผลผลิตตลอดทั้งปี ทำให้ผลตอบแทนต่อไร่จ
ความทรงจำวัยเด็กของผมเกี่ยวกับส้มเขียวหวานก็คือมันมีราคาไม่แพงนัก แต่ที่กล่าวขวัญกันว่าดีที่สุดก็คือ “ส้มบางมด” ที่ตำบลบางมด ย่านฝั่งใต้ของธนบุรี แม้ว่านานๆ จะมีโอกาสได้ชิมสักครั้ง แต่ค่าที่ว่าเรายังเป็นเด็ก ก็ย่อมจะจดจำรสชาติหวานฉ่ำของมันได้ดีจนเดี๋ยวนี้ เรื่องที่เล่าสู่กันฟังได้อย่างชวนเอาไปคิดต่อ เห็นจะมีว่า เมื่อผมโตขึ้น ได้รู้จักเพื่อนหลายคน พวกเขาเล่าตรงกันว่า ส้มบางมดนั้น “เดี๋ยวนี้ไม่อร่อยแล้ว สู้แต่ก่อนไม่ได้เลย” เนื่องจากดินจืดบ้าง น้ำเค็มหนุนจนเสียหายบ้าง หากจะหมายเอาช่วงเวลาคร่าวๆ ก็ต้องว่า ส้มบางมดเมื่อสัก 20 กว่าปีก่อน (ตอนที่เพื่อนเล่าให้ผมฟัง) ก็อร่อยสู้สมัยเขาเด็กๆ (คือราว 40-50 ปีก่อน) ไม่ได้แล้ว ความรู้สึกที่ว่า อะไรต่อมิอะไรในช่วงเวลาร่วมสมัยของเรา ล้วนแต่ลดน้อยด้อยคุณภาพลงนั้นช่างเป็นเรื่องแปลก เพราะดูเหมือนจะเกิดแก่ผู้คนทุกยุคทุกสมัย กรณีส้มบางมดนี้ หนังสือตำราแม่ครัวหัวป่าก์ ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (พ.ศ. 2452) มีอ้างบทกลอนของพระแก้วคฤหรัตนบดี (น่วม) ตอนหนึ่งว่า “..ส้มเขียวหวานบางมดรศเปนจอม เดี๋ยวนี้ย่อมสูญทรามเพราะน้ำเคม ราษฎรขุดคลองทำนาเกลือ
หนุ่มบ้านห้วยเม็ง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย พบรักสาวพะเยา นำประสบการณ์การทำสวนส้มเขียวหวานมาบุกเบิกที่พะเยา คาดอนาคตไร้คู่แข่ง คุณอภิวัฒน์ จันต๊ะคาด หรือ คุณบอม บัณทิตหนุ่มจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จบการศึกษาเมื่อปี 2555 ถูกเกณฑ์ทหาร 1 ปี หลังจากนั้นได้ไปทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตำแหน่ง Load Control (เจ้าหน้าที่ควบคุมน้ำหนักและจัดระวาง) บริษัท Bangkok Flight Services ทำอยู่ประมาณ 1 ปี จึงกลับมาช่วยพ่อแม่ทำสวน แล้วจึงเริ่มมาลงทุนทำสวนที่พะเยา โดยพักอยู่ที่ บ้านเลขที่ 91 บ้านร่องคำหลวง ซอย 8 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ถ้าเอ่ยถึง บ้านห้วยเม็ง หลายคนคงจะรู้จักว่าเป็นหมู่บ้านที่ผลิตส้มเขียวหวานที่มีชื่อเสียงมานาน คุณอภิวัฒน์ สั่งสมประสบการณ์การทำสวนส้มเขียวหวานจากพ่อแม่ที่บ้านห้วยเม็งมาแต่เด็กๆ และทราบดีว่าปัจจุบันสวนส้มเขียวหวานประสบปัญหามากมาย ทั้งเรื่องโรคจากเชื้อรา สาเหตุจากเชื้อโรคอื่น แมลงศัตรูส้ม ธาตุอาหาร เมื่อพบรักกับแฟนสาวชาวพะเยา จึงมาบุกเบิกการปลูกส้มเขียวหวานที่บ้านแฟน ตอนนี้ปลูกไป 2 แปลง แปลงแรกปลูกเมื่อ 4 ปีท
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จับมือ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนรางราชพฤกษ์นุชมีอุทิศ สำนักงานเขตทุ่งครุ และชุมชนในพื้นที่ทุ่งครุ ร่วมสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟู “ส้มบางมด” พืชท้องถิ่นที่เคยสร้างชื่อเสียงให้แก่ชุมชนในอดีต โดยสร้าง “แหล่งเรียนรู้ชุมชน” และ “มุมเรียนรู้ส้มบางมด” ปลูกฝังความเป็นเจ้าของทรัพยากรในท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์ส้มบางมดให้คงอยู่ในชุมชนอย่างยั่งยืน นางพรรณปพร กองแก้ว หัวหน้าโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น : การอนุรักษ์พันธุกรรมส้มบางมด นักวิจัย มจธ. กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนโดยบูรณาการร่วมกับภูมิปัญญาพื้นบ้านของชุมชน เพื่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน ชุมชนและหน่วยงานราชการ ในการร่วมสนองโครงการพระราชดำริ อพ.สธ.ส้มบางมด ในพื้นที่ทุ่งครุ เนื่องจากอดีตเขตทุ่งครุเป็นพื้นที่กึ่งเมือง แต่ปัจจุบันความเจริญกำลังจะทำให้เป็นพื้นที่เมืองโดยสมบูรณ
