ส.ป.ก.
วันที่ 23 กันยายน 2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์) ได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การใช้โฉนดเพื่อการเกษตรเป็นหลักประกันสินเชื่อกับสหกรณ์ที่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นสมาชิก ระหว่าง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามที่รัฐบาลได้มีนโนบายที่ต้องการให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เพื่อสร้างโอกาสในการมีอาชีพรายได้ และความมั่นคงในชีวิต โดยการยกระดับเอกสารสิทธิที่ดินจากหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร พร้อมขยายสิทธิการใช้ประโยชน์ให้เป็นที่ยอมรับเพื่อเพิ่มมูลค่าและใช้ค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ส.ป.ก. จึงได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ยกร่างต้นแบบบันทึกข้อตกลงพร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนสหกรณ์ที่มีเกษตรกรในเขตป
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้จัดตั้งโครงการเกษตรวิชญา วันที่ 21 ธันวาคม 2544 เนื่องจากทรงเล็งเห็นถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติถูกทำลายจากกิจกรรมการเกษตรบนพื้นที่สูง เกษตรกรขาดความเข้าใจในการทำการเกษตรแบบยั่งยืน อีกทั้งเกษตรกรยังไม่เห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติมากนัก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ ในพื้นที่หมู่บ้านกองแหะ หมู่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และราษฎร จากเดิมสภาพพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าเสื่อมโทรม ทำให้เกิดพื้นที่ป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และปลูกจิตสำนึกของชุมชนให้มีความรัก ความหวงแหนในการดูแลป่าไม้สืบต่อไป ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จึงจัดพิธีเปิด ‘โครงการขยายผลธนาคารอาหารชุมชน (เกษตรวิชญา) สู่ธนาคารอาหารครัวเรือน’ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาค
รมว.กษ. เปิดงานมอบโฉนดเพื่อการเกษตร 72,000 ฉบับ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมกับ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด 55 จังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม อันเป็นการสร้างความสามัคคี และขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรในการดำรงไว้ซึ่งแผ่นดินเกษตรกรรม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) เป็นประธานเปิดงาน “โครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร 72,000 ฉบับ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวรายงานการจัดงาน และวัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้ จากนั้น รมว.กษ. เป็นประธานมอบ โฉนดเพื่อการเกษตร กล้าไม้ สัญญาเช่าที่ดินในที่ดินพระราชทาน
ส.ป.ก. ตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ บนที่ดินพระราชทานในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดนครปฐม และวิสาหกิจชุมชนสหพันธ์เกษตรกรเพชรน้ำหนึ่ง จังหวัดเพชรบุรี ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นำคณะผู้บริหาร ส.ป.ก. และคณะสื่อมวลชน ตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ บนที่ดินพระราชทานในเขตปฏิรูปที่ดิน ณ ชุมชนบ้านศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครปฐมกล่าวต้อนรับและรายงานสรุปการดำเนินงานในพื้นที่ คุณวันชัย สวัสดิ์แดง เกษตรกรต้นแบบ เล่าประวัติความเป็นมาของพื้นที่ที่ดินพระราชทาน และความเป็นมาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์ พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมนำคณะฯ เยี่ยมชม บรรยายตามจุดต่างๆ นับว่าเป็นความสำเร็จของการจัดการพื้นที่อย่างมีระบบ โดยการทำเกษตรในพื้นที่แห่งนี้มีการทำเกษตรที่หลากหลาย น้อมนำศาสตร์พระราชาเข้ามาต่อยอดในเรื่องของการทำเกษตรกรรมให้มีความเข้มแข็ง จึงทำให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดไปยังเมืองใหญ่เพื่อประกอบอาชีพ แต่สามารถมีอาชีพทางการเกษตรอ
วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2566 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมจาริน อัตถะโยธิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้จัดประชุมหารือแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตรูปที่ดินโดยมี ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และผู้บริหาร ส.ป.ก. โดยได้รับความอนุเคราะห์จากตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายวรพงศ์ อุตทานนท์ตรี ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผนการกระจายอำนาจ พร้อมด้วยนายวิทยา โชคเศรษฐกิจนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ได้เข้าร่วมให้ความคิดเห็น และแนวทางการพัฒนา การปรับรูปแบบบางประการ การประชุมในครั้งนี้ ได้มีการทบทวนปัญหาและกำหนดแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจน เพื่อประกอบการจัดทำแผนงานและการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตรูปที่ดิน รวมถึง กระบวนการถ่ายโอนภารกิจสำคัญตามแผนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในหน่วยงานต่างๆ ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือ MOU ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ด้านการพัฒนาเส้นทางการคมนา
เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 81 ปี กรมปศุสัตว์ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวปศุสัตว์ เดินหน้าสู่ Full Digitization ขับเคลื่อนปศุสัตว์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.09 น. ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย นางสาวฆนีรส โพธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง และคณะ ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี เนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 81 ปี กรมปศุสัตว์ ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวปศุสัตว์ เดินหน้าสู่ Full Digitization ขับเคลื่อนปศุสัตว์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและให้การต้อนรับ ณ กรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โอกาสนี้ เลขาธิการ ส.ป.ก. ได้ร่วมแสดงความยินดีและร่วมบริจาคเงินสมทบทุนไถ่ชีวิตโค-กระบือ 82 ตัว ในโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ โดยมี คณะผู้บริหารกรมปศุสัตว์เป็นผู้แทนรับมอบเงินสมทบในครั้งนี้ ณ บริเวณอาค
จากกรณีกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อขอให้เร่งรีบตรวจสอบ การดำเนินการเอากฎหมายป่าไม้ มาครอบลงไปบนที่ดินอยู่อาศัย และที่ทำกินของชาวบ้าน 5 จังหวัด บนเส้นทางแร่ทองคำ ซึ่งตกอยู่ใต้คำขอและอาชญาบัตรพิเศษ ของบริษัทเหมืองทองคำข้ามชาติขนาดใหญ่ ที่ได้ระบุที่ดินประเทศไทย 5 จังหวัด (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ลพบุรี และสระบุรี) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ดร. วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ด้วยความห่วงใยในปัญหาของพี่น้องประชาชน รมว.กษ. จึงได้สั่งการให้ สปก. เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่ง ส.ป.ก. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า กรณีที่พื้นที่ทั้ง 5 จังหวัด (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ลพบุรี และสระบุรี) ที่มีการกล่าวอ้างว่าได้มีการออกอาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่ทองคำบนพื้นที่ ส.ป.ก. นั้น ขอเรียนว่า ส.ป.ก. ไม่เคยเห็นชอบให้มีการอนุญาตให้ทำการสำรวจหรือทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ ส.ป.ก. กับ บมจ.อัครา รีซอสเซส แม้แต่จังหวัดเดียว ซึ่งหากจะมีการดำเนินการจะต้องขออน
“ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานที่ดินทำกินผืนนี้” นางสาวนุกูล ใหม่เจริญ เกษตรกรแห่งอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา สะท้อนความรู้สึกถึงการมีที่ดินทำกิน ในฐานะเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาผืนดินพระราชทานเพื่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจากพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น 1 ใน 5 จังหวัด อันเป็นที่ตั้งของผืนดินพระราชทาน ที่ประกอบด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครปฐม จังหวัดนครนายก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปที่ดินของประเทศไทยภายใต้โครงการพัฒนาผืนดินพระราชทานเพื่อเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการพร้อมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมสู่เกษตรกรที่อยู่ในผืนดินพระราชทาน เพื่อสืบสานพระปณิธานแผ่นดินของพ่อ ปัจจุบันมีเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินบนผืนดินพระราชทาน 3,264 ราย โดยทาง ส.ป.ก. ได้น้อมนำพระราชดำริ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฏีใหม่ หลักการทรงงานมาเป็นแนวทาง
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากสระแก้วว่า การประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) ที่ผ่านมา โดยมีนายสมชัย อมรรัตนสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้มีการสรุปแผนการปฏิบัติการยึดคืนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว (ส.ป.ก.สระแก้ว) ว่าสามารถยึดคืนมาได้ทั้งหมด 10 แปลง รวมพื้นที่ทั้งหมด 4,257.59 ไร่ กระจายอยู่ใน 4 อำเภอ คือ อรัญประเทศ โคกสูง วัฒนานคร และวังน้าเย็น โดยในอำเภอโคกสูงสามารถยึดคืนมาได้ทั้งหมด 1,724.56 ไร่ รองลงมาคืออำเภอวัฒนานคร ซึ่งสามารถยึดคืนมาได้ทั้งหมด 1,615.37 ไร่ ซึ่งที่ดินทั้งหมดดังกล่าวจะถูกนำไปพัฒนาและนำไปจัดสรรให้กับราษฎรตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป ด้านนายเลิศศักดิ์ สุขสวัสดิ์ ส.ป.ก.จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ที่ดินจำนวน 10 แปลงดังกล่าวที่ยึดคืนมาได้นั้น ได้ออกตรวจสอบแนวเขต และวัดพื้นที่เสร็จเรียบร้อย 2 แปลง ในตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จำนวนพื้นที่ 578.54 ไร่ และในตำบลหนองม่วง อำเภอโคกสูง จำนวน 719.34 ไร่ ที่เหลืออีก 8 แปลง ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบแนวเขต เนื้อที่ และขั้นตอนต่อไป หลังจากนี้จะได้นำพื้นที่
เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการส.ป.ก.และปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำคณะ ร่วมเวทีเสวนา “ผืนดินพระราชทาน…สืบสานพระราชปณิธานแผ่นดินพ่อ” ในเขตปฏิรูปที่ดิน ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีเกษตรกรที่ทำกินในที่ดินพระราชทาน นายสนอง เทียนบูชา นายนพดล สว่างญาติ และเกษตรกรโฉนดหมายเลข 1 เข้าร่วมเสวนาด้วย นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการ ส.ป.ก.ได้เล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกร ”…พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกๆ ด้าน ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและการพัฒนาการเกษตร เป็นปัญหาหนึ่งที่พระองค์ทรงสนพระทัย และ ทรงเป็นผู้ริเริ่มในการพัฒนาด้านการเกษตรต่างๆ เมื่อพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศใช้บังคับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชได้พระราชทานที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 51,967 ไร่ 95 ตารางวา ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้กันเนื้อที่บางส่วนออกเนื
