หมอกควัน
สมาคมสื่อมวลชนเกษตรฯ จับมือ ม.เกษตรฯ จัดเสวนา “ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 สร้างความเข้าใจ สู่การแก้ไขอย่างยั่งยืน” ระดมความคิดนักวิชาการ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันพิษ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ให้กับสังคม ส่งเสริมให้เกิดแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาในอนาคตอย่างแม่นยําและยั่งยืน นายภิญโญ แพงไธสง นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตเรื่องปริมาณ hotspot และการเกิดหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่หลายจังหวัดในภาคเหนือของประเทศ ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพเศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง ประกอบกับการรับรู้ของภาคสังคมยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากการนําเสนอของสื่อ โดยเฉพาะสื่อทางโซเซียลมีเดีย (social media) ที่มีอยู่มากมาย ที่มักนําเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหลายประเด็น ทั้งเรื่องสาเหตุที่เกิด ปัจจัยการเกิด และแหล่งที่เกิด (ในป่า/นอกป่า) รวมถึงกรณีฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นต่อเนื่องสะสมมายาวนาน แต่ยังขาดการนําเสนอข้อมูล ความรู้ที่แท้จริงข
ปัญหาไฟป่าในประเทศไทย นับได้ว่าเป็นปัญหาที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มนุษย์และสัตว์ป่า รวมถึงควันที่เกิดจากไฟป่า ยังก่อให้เกิดมลพิษและหมอกควันทั่วกระทบต่อชีวิตมนุษย์เป็นวงกว้าง ซึ่งสาเหตุของการเกิดไฟป่านั้น มีทั้งไฟป่าที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ แม้ในปัจจุบันจะมีแนวทางในการป้องกันไฟป่า ซึ่งประชาชนทุกคนสามารถร่วมมือช่วยกันลงมือทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแนวกันไฟล้อมพื้นที่ การดูแลพื้นที่ริมชายป่าโดยการเก็บกวาดพื้นที่ ไม่ให้มีใบไม้แห้งหรือกิ่งไม้แห้งกองสุม ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิง และการหลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดไฟป่าโดยไม่เผาขยะหรือเศษวัชพืช งดการจุดไฟหรือกองไฟในพื้นที่ป่า เป็นต้น เรียนรู้ ปรับตัว แก้ปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ จึงนำมาสู่การประดิษฐ์และคิดค้น พัฒนานวัตกรรม “เครื่องเป่าลมใบไม้” โดย ช่างเอก หรือ คุณกฤษณะ สิทธิหาญ ช่างฝีมือดี เจ้าของไร่สับปะรดอินทรีย์ช่างเอก ในตำบลบุญนาคพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพราะด้วยในทุกๆ ปี จะต้องทำแนวกันไฟป่า และเข้าไปดับไฟอยู่เป็นประจำ ด้วยความยา
นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ กรมอุตุนิยมวิทยา จัดทำข้อมูลแจ้งเตือนเกษตรกรงดเผาในพื้นที่การเกษตร จากการคาดการณ์สภาวะทาง อุตุนิยมวิทยาล่วงหน้าทุก 7 วัน โดยในช่วงวันที่ 8-14 มีนาคม 2562 อากาศมีการไหลเวียนไม่ดี ส่งผล ต่อการสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควัน ซึ่งกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง และแพร่ งดเผาวัสดุการเกษตรอย่างเด็ดขาด และจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะ เลย ขอนแก่น อุดรธานี และหนองบัวลำภู ไม่ควรเผาวัสดุการเกษตร ทั้งนี้ เกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปสามารถติดตามข่าวสารสภาพอากาศ ตลอดจนคำแนะนำในการกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรได้เพิ่มเติม ที่ กรมส่งเสริมการเกษตร โทรศัพท์ (02) 579-0163 และสายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา 1182
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง พื้นที่การเกษตร ป่าไม้ และเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อย ปฏิบัติการฝนหลวงสร้างความชุ่มชื้นและเติมน้ำในเขื่อน และพื้นที่เป้าหมายที่ขอรับบริการฝนหลวง พร้อมช่วยเหลือบริเวณที่ประสบปัญหาหมอกควันทางภาคเหนือ วันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลา 11.00 น. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การเกษตร ปริมาณน้ำในเขื่อนบางเขื่อนยังอยู่ในระดับปานกลาง รวมถึงปัญหาหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงเร่งปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งจากผลการปฏิบัติการฝนหลวงวันที่ 26 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา พบว่า ด้านการช่วยเหลือปัญหาภัยแล้ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยหน่วยปฏิบัติการ ฝนหลวงจังหวัดขอนแก่น ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ผลการปฏิบัติการพบว่า มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และลุ่มร
นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยว่า มีประกาศมาตรการห้ามเผาโดยเด็ดขาดในพื้นที่ตั้งแต่ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป จนถึงววันที่ 17 เมษายนนี้ โดยปีนี้ตั้งเป้าลดปัญหาการเกิดฝุ่นละอองและหมอกควันในอากาศลงให้ได้ 30% แจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร อปท. ให้ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน หากพบการเผาให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายโดยทันที นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเงินรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ รายละ 3,000 บาท ด้วย นายวิสูตร คำยอด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อธุรกิจด้านการบิน ในการนำอากาศยานมาบินขึ้นและลงทางท่าอากาศยานขอความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนงดการเผาทุกชนิดด้วย ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากถึงขั้นเกิดไฟลุกลามเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตห้ามล่าสัตว์ โทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-350,000 บาท ด้านจังหวัดแพร่ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดแ
