หมอนขิด
ธุรกิจ เอสเอ็มอี small and medium enterprise (SMEs) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” ค่อนข้างมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากในปัจจุบัน แต่ละรายต่างหาช่องทางการตลาดที่สามารถกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้ ถือเป็นกลยุทธ์ในการผลักดันสินค้าให้อยู่ต่อไปได้ ดังธุรกิจ “แม่แย้มหมอนขิด” จ. ยโสธร ผลิตภัณฑ์ OTOP 4 ดาว จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ยกระดับจาก เอสเอ็มอีชุมชนจนสามารถเข้าไปขายผ่าน “ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง” บริษัท ในกลุ่ม “ซีพี ออลล์” และยังขยายตลาดไปยังต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับชุมชนหลายล้านบาทต่อปี “แย้ม จันใด” หรือที่ชาวบ้านเรียก “แม่แย้ม” เจ้าของแบรนด์ “แม่แย้มหมอนขิด” เล่าให้ฟังว่า บ้านศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร บ้านเกิดของตน เป็นแหล่งผลิตหมอนขิดที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีการสืบทอดภูมิปัญญาการทำหมอนขิดจากรุ่นสู่รุ่นหลายชั่วอายุคน ทำให้ชีวิตตนผูกพันกับหมอนขิดมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นเริ่มรับจ้างทำเป็นอาชีพส่งลูกเรียน กระทั่ง ปี 2542 ได้หันมาผลิตหมอนขายเอง ด้วยการจ้างคนในชุมชน ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค เมื่อบุตรชายคนโตสำเร็จการศึกษา ได้เข้ามาช่วยกิจการ ในปี
ผลิตภัณฑ์ชุมชนหลายพื้นที่ต้องประสบปัญหากับการไปไม่รอดทางด้านการตลาด แม้ว่าสินค้าจะดีเพียงใด แต่หากการตลาดไม่แรงพอ ยอดขายไม่เพิ่ม มีแต่เม็ดเงินในประเทศ ก็ส่งผลให้โอท็อปหลายรายการต้องปิดกิจการ ขณะที่หมอนขิดยางพารา เป็นสินค้าน้องใหม่ จากตำบลศรีฐาน จังหวัดยโสธร ที่สามารถคว้าชัยจากเวทีการประกวดของธนาคารเอกชนมาได้ แต่วันนี้รอแรงสนับสนุนเปิดตลาดในต่างประเทศ หมอนขิดยางพารา บ้านศรีฐาน สะดุดตาจนได้รับรางวัลของ ธ.ไทยพาณิชย์ คุณวิวัฒน์ ป้องกัน อายุ 23 ปี ชาวตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร หนึ่งในครอบครัว “ป้องกัน” ที่นำยางพารามาแปรรูปเป็นหมอนขิด เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และสร้างมูลค่าให้กับท้องถิ่น โดยล่าสุดผลิตภัณฑ์ของคุณวิวัฒน์ มีตั้งแต่หมอนขิด ที่รองนั่ง และที่นอนแบบยาว ด้วยการดีไซน์ที่ทันสมัย โดยมีสนนราคาตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป สำหรับต้นกำเนิดไอเดียนำยางพารามาแปรรูปเป็นหมอนขิด มาจากผลงานวิจัยของ อาจารย์ชัยวุฒิ วัดจัง อาจารย์จากสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการยาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คุณวิวัฒน์ เล่าว่า ไอเดียของอาจารย์มาสนับสนุนการแก้ปัญหายางพาราตกต่ำในพื้นที่จังหวัดยโสธ
