หมากเม่า
ในป่าไม้ที่เขียวชะอุ่ม ธรรมชาติที่คนไทยหวงแหน ป่าคือต้นกำเนิดของลำห้วยลำธารสายน้ำที่เป็นฐานรากของแม่น้ำสายหลักที่สำคัญ เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ และที่สำคัญของป่าไม้อีกประการคือ เป็นแหล่งกำเนิด “อาหาร” หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ให้สามารถสืบแพร่ขยายพันธุ์ และดำรงชีวิตกันมานับแต่บรรพกาล จนกระทั่งวันนี้ “ป่าไม้จึงเป็นชีวิต” อาหารที่ได้จากป่า ทั้งสัตว์บก สัตวน้ำ นก หนู งู หนอน แมลง เห็ด และพืชผัก เรียกได้ว่าอาหารบ้านเราเกือบทุกชนิด ได้จากป่า หรือเป็นผลผลิตจากป่าทั้งสิ้น เช่นเดียวกับผักชนิดนี้ ที่เรียกกันว่า “มะเม่า” เป็นไม้ป่าที่พบขึ้นในป่าทุกภาคของไทย ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง พบมากที่เทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร พบเจอตามหัวไร่ปลายนา หรือบางพื้นที่ชาวบ้านนำมาปลูกในบ้าน ในสวน ซึ่ง “ต้นมะเม่า” ขยายพันธุ์ได้ง่าย โดยการตอนกิ่ง ปักชำ เสียบกิ่ง ทาบกิ่ง แท้ที่จริงมะเม่ามีการเจริญพันธุ์อยู่ทั่วไป ซึ่งมีมากกว่า 170 สายพันธุ์ พบในบ้านเรามี 5 สายพันธุ์ ได้แก่ มะเม่าหลวง มะเม่าสร้อย มะเม่าไข่ปลา มะเม่าควาย และมะเม่าดง แต่พอที่จะแยกตามลักษณะรูปทรงใบและต้นได้ 2 ชนิด เท่าที่รู้ ชนิดใบ และก้านมีขน ปลายใบจะแ
หมากเม่า เป็นไม้ป่าขึ้นชื่อของจังหวัดสกลนคร ปัจจุบันถือเป็นไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ มีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้อย่างน่าสนใจ มุมหนึ่งที่ไม่ค่อยได้กล่าวถึงกันมากนักคือ เพื่อนและศัตรูของหมากเม่า เรื่องนี้ คุณบุญเชิด วิมลสุจริต แห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสกลนคร ได้ให้ข้อมูลถึงศัตรูของหมากเม่าว่า ที่พบการทำลายจะมีมาจากแมลง แต่ในธรรมชาติหมากเม่าจะมีแมลงศัตรูรบกวนน้อยมาก แต่ถ้าชะล่าใจปล่อยให้หมากเม่าอยู่เองตามธรรมชาติไปไม่ดูแล อาจจะเป็นที่ซ่อนตัวของแมลงที่ทำลายหมากเม่าได้ โดยเฉพาะบริเวณเปลือกของหมากเม่าจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าส่วนอื่น แมลงศัตรูที่พบมาก ได้แก่ หนอนเจาะเปลือก ตัวสีเหลืองอ่อนที่กัดกินเปลือกหมากเม่า กินแล้วก็จะขับถ่ายออกมาเป็นก้อนๆ คล้ายขี้เลื่อย ด้วงหนวดปม จะมีลายจุดเหลืองดำให้เป็นที่สังเกต หนอนเจาะลำต้น จะเป็นหนอนที่สวยสีชมพูแดง จะเจาะลำต้นและกิ่งหมากเม่า หนักเข้าอาจจะถึงขั้นตัดท่อน้ำเลี้ยงหมากเม่าเลยทีเดียว ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้ต้นหมากเม่าแตกกิ่งในทรงพุ่ม เพราะเป็นกิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ไม่แทงช่อดอก ไม่ให้ผลผลิต ควรตัดแต่งกิ่งที่อยู่ในทรงพุ่มให้โปร่งจนแดดส่องทะลุถึงโคน
