หมามุ่ย
“หมามุ่ย” ได้ยินชื่อแล้วหลายคนอาจจะไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าจะคันจนเกาไม่หยุด แต่จริงๆ แล้วสรรพคุณที่ซุกซ่อนอยู่นั้นมากมายกว่าที่คิด คุณอนงค์นุช ต๊ะคำ เจ้าของบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น ในพื้นที่ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เห็นถึงประโยชน์สรรพคุณที่สำคัญจึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คิดค้นและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย” โดย บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมให้กลับมาดกดำ ทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์การย้อมสีผม ด้าน รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ คุณอนงค์นุช ต๊ะคำ แห่งบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ได้ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมให้กลับมาดกดำ เพื่อทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม และเนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขัน
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยฯ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำ ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ที่ทำการผลิตผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย โดยมี รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ นางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น ให้การต้อนรับ ณ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย “หมามุ่ย” ได้ยินชื่อแล้วหลายคนอาจจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวว่าจะคันจนเกาไม่หยุด แต่จริงๆ แล้วสรรพคุณที่ซุกซ่อนอยู่นั้นมากมายกว่าที่คิด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เห็นถึงประโยชน์สรรพคุณที่สำคัญจึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คิดค้นและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสก
ท่านผู้อ่านอาจเคยได้ยินชื่อ “ตำแย” หรือ “หมามุ่ย” มาบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับท่านที่อยู่ในเมือง หรือคนวัยรุ่นหนุ่มสาวอาจจะไม่เคยเห็น แต่ที่แน่ๆ คือตำแยมีความร้ายกาจตรงที่มีความคันเป็นที่สุด ถ้าถูกแขนหรือขาเป็นต้องได้เกาจนเนื้อถลอกปอกเปิกกันเลยทีเดียว ตอนที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา มีอยู่วันหนึ่งมีเพื่อนในห้องแกล้งเพื่อน โดยนำตำแยมาเคาะให้ขนที่คันนั้นมันหลุดร่วง วันนั้นทั้งวันแทบไม่เป็นอันเล่าเรียน นั่นเป็นความทรงจำในวัยเด็กของข้าพเจ้า กระทั่งวันหนึ่งข้าพเจ้าไปล้อมรั้วคอนกรีตที่ล้มสองต้นที่บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นรถไถถอยหลังชนจึงทำให้เสาคอนกรีตหักตรงโคน ข้าพเจ้าขุดเสาที่หักออกแล้วฝังเสาใหม่และล้อมรั้ว ระหว่างนั้นก็เริ่มมีอาการคันโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนแรกข้าพเจ้านึกว่ามดกัด แต่เมื่อดูที่ขากางเกงก็ไม่เห็นมดเลยสักตัว เมื่อกลับมาถึงบ้าน ข้าพเจ้านำสบู่มาล้างมือ ล้างเท้า แต่การคันก็ไม่ทุกเลาลงเลยแม้แต่น้อย ใบตำลึง แก้อาการคันของตำแยได้ คุณนันท์ธา เหลาประเสริฐ พี่สาวของภรรยาบอกว่า ให้นำใบตำลึงมาขยี้แล้วทาบริเวณที่คันก็จะหายเป็นปลิด
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบจากสารสกัดหมามุ่ยได้รับเลขสารบบอาหารจาก อย. โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณในทำนองว่า สามารถบำบัด บรรเทา หรือ รักษาโรคได้ นั้น อย. ขอชี้แจงว่า ไม่เคยอนุญาตให้ใส่สารสกัดหมามุ่ยในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเนื่องจากมีสารสำคัญในเมล็ดหมามุ่ยที่ชื่อว่า L – dopa ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาท dopamine ที่มีผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ ในปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาที่แน่ชัดเกี่ยวกับความปลอดภัยของการบริโภคสารสกัดจากหมามุ่ยที่นำมาเป็นอาหารหรือส่วนประกอบของอาหาร และยังไม่ปรากฏหลักฐาน จากหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศที่อนุญาตให้ใช้หมามุ่ยเป็นอาหาร หรือเป็นส่วนประกอบของอาหาร “เตือนภัยผู้บริโภคอย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์อาหารใดที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ คุณประโยชน์ คุณภาพ เพื่อประโยชน์ทางการค้า ต้องได้รับ ความเห็นชอบจาก อย. เท่านั้น ผู้ขออนุ
