หมูราคาตก
ปัญหาราคาเนื้อหมูที่ตกต่ำนับจากกลางปี 2560 ที่ผ่านมาและยังคงต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ ทำให้ผู้เลี้ยงเดือดร้อนกันไม่น้อย แต่ปัญหานี้ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ต้องเรียกว่าเกิดขึ้นซ้ำซากมากกว่า เพราะว่าเมื่อใดที่ราคาหมูสูงขึ้น ก็จะจูงใจให้ผู้เลี้ยงพากันหันมาขยายการเลี้ยงมากขึ้น ในขณะที่คนยังกินเท่าเดิม จึงเกิดปัญหาล้นตลาดทำให้ราคาตกต่ำ เมื่อนั้นเกษตรกรก็จะค่อยๆ ลดปริมาณการเลี้ยงลง บางรายถึงกับต้องเลิกกิจการกันไปเลยก็มี จนปริมาณลดน้อยลงมากราคาก็เริ่มปรับสูงขึ้นวนเวียนเป็นวัฏจักรหมูแบบนี้มาตลอด วันนี้วัฏจักรหมูก็กลับมาอีกครั้ง เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูกำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก ราคาหมูเป็นตกต่ำติดต่อกันกว่าครึ่งปี และยังคงมีแนวโน้มราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เกษตรกรเคยขายหมูเป็นหน้าฟาร์มได้ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม วันนี้กลับขายหมูได้เพียงกิโลกรัมละ 40-48 บาทเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยดีดตัวไปถึง 58-60 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว นิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี พูดถึงปัญหาเรื่องนี้ว่า แม้ว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือนทั้งปี 2560 จะเติบโตประมาณ 3% ซึ่งใกล้เคียงกับ GDP รวมขอ
นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูกำลังประสบปัญหาราคาหมูตกต่ำ ราคาประกาศหมูเป็นหน้าฟาร์มลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 แล้ว ปัจจุบันราคาซื้อขายราคา 44-45 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 55 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว เป็นผลจากหลายปัจจัย อาทิ กำลังการบริโภคตกต่ำ กำลังซื้อของผู้บริโภคถดถอยลงไปมาก เมื่อปริมาณผลผลิตไม่สมดุลต่อการบริโภคปริมาณหมูจึงล้นตลาด และปริมาณหมูที่สะสมมากทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องขายในราคาต่ำ ประกอบกับทั่วประเทศยังมีปริมาณฝนตกชุกหนาแน่น ส่งผลให้เกษตรในหลายพื้นที่ต้องเร่งระบายหมูออกสู่ตลาดเพื่อลดความเสี่ยงกับภาวะน้ำท่วม ขณะเดียวกันปัจจุบันยังเป็นช่วงเทศกาลกินเจ ทำให้การบริโภคเนื้อหมูต่ำลงอย่างชัดเจน บวกกับผู้เลี้ยงเกิดความตระหนกเกี่ยวกับหมูสหรัฐอเมริกา ที่ภาครัฐมีแนวโน้มจะเปิดรับการนำเข้าเนื้อหมูสหรัฐฯที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ทำให้เกษตรกรทยอยเลิกเลี้ยงเพื่อหนีปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและรายกลางที่ไม่สามารถแข่งขันด้านตลาดได้อย่างแน่นอน “ราคาหมูตอนนี้ลดต่ำลงจนไม่คุ้มทุนแล้ว เกษตรกรจำเป็นต้องขายหมูขาดทุนผูกหา
วันที่ 4 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากสถานการณ์ราคาหมูเป็นราคากำลังตกต่ำ ส่งผลให้ประชาชนที่เลี้ยงหมูตามบ้านเรือนในหลายพื้นที่ เช่น อ.ปง จ.พะเยา ตัดสินใจนำหมูมาล้มหรือฆ่าและขายเอง โดยวิธีการขายทั้งแบ่งเค้กขายเหมาเป็นกอง หรือขายตามเขียงเล็กๆ หน้าบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงพ่อค้าหมูกดราคา นางชิน ใจเย็น อดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา กล่าวว่า ปกติช่วงออกพรรษาประชาชนในหมู่บ้านชนบทต่างนิยมนำหมูเป็นมาล้มและแบ่งออกเป็นกองๆ แต่ละกองจะมีทั้งเนื้อแดง หนัง มัน สามชั้น เครื่องใน คือโดยรวมหมูทั้งตัวจะถูกนำมาแบ่งปันสัดส่วนที่เท่ากันตามวิธีการขายหมูแบบโบราณดั้งเดิม ทางภาคเหนือเรียกการแบ่งปุ้น (กอง) เป็นลักษณะการขายเหมา ในวันก่อนออกพรรษา ปี 2560 นี้เช่นกัน ประชาชนในหมู่บ้านผาตั้ง และอีกหลายหมู่บ้านใน อ.ปง ต่างได้นำหมูของตนเองที่เลี้ยงไว้มาฆ่าแล้วแบ่งกองขายเหมา กองละ 500 บาท กองหนึ่งจะมีน้ำหนักประมาณ 5-6 กก. คนซื้อเลือกได้ตามใจชอบและได้ราคาถูกว่าซื้อในตลาด ขณะที่คนเลี้ยงหมูก็ขายหมูเป็นได้ราคาดีกว่าขายให้พ่อค้าหมู วิน-วินทั้งสองฝ่าย “หมูเป็นขณะนี้ราคา กก.ละ 38-40 บาท คน
