หมู่บ้านทำน้ำปลา
ถ้าเราอธิบายความเป็นมาเป็นไปของโลกตามกรอบคิดแบบไตรภูมิ ก็จะพบว่า โลกที่เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้ เหมือนอยู่ใน “ขาลง” แทบทุกอย่าง อากาศก็ร้อนขึ้น ป่าไม้ลดลง ขยะล้นโลกพอๆ กับจำนวนประชากร ข้างพระศาสนาหรือก็ดำเนินมาเนิ่นนานจนใกล้ถึง พ.ศ. 5000 อันเป็นเวลาสิ้นสูญเข้าไปทุกขณะจิต ทางออกที่คนโบราณบอกก็คือ ให้ทำบุญทำทาน ทำความดีมากๆ จะได้ไปเกิดใหม่ทันศาสนาพระศรีอาริย์ในอีกสองพันกว่าปีข้างหน้าเท่านั้น บางครั้ง เมื่อเผลอๆ ผมก็อดคิดแบบนี้ไม่ได้ คือดูเหมือนว่า อะไรๆ ที่เรารู้สึกว่าเป็นของดีๆ ทำไมมันเพิ่งสูญหายหมดสิ้นไปก่อนหน้าเราแป๊บเดียวทุกทีเลย เช่น เมื่อปลายปีก่อน ผมได้ไปที่บ้านสามเรือน อำเภอบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ได้กินกับข้าวชาวบ้านอร่อยๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องถามพวกเขา เหมือนที่ถามมาแล้วหลายต่อหลายหมู่บ้าน ว่าเดี๋ยวนี้ยังทำกะปิน้ำปลากินเองกันอยู่หรือเปล่าครับ คำตอบก็เหมือนๆ กับที่เคยได้ยิน คือ “เพิ่งจะเลิกทำไปไม่กี่ปีนี้เองแหละจ้า” เห็นไหมครับ ดูน่าโมโหไหมที่ทำไมเราต้องมาช้าไปทุกทีเลยกับเรื่องแบบนี้ เค้าโครงคำอธิบายแบบไตรภูมินี้ ทางหนึ่งดูเหมือนครอบงำวิธีคิดของคนไทยส่วนใหญ่ ให้ยอมๆ กับเรื
