หม่อนเลี้ยงไหม
นายไพโรจน์ เฮงแสงชัย รองอธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้กรมหม่อนไหมร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในเขตภาคเหนือ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนเขาหัวโล้น และสร้างป่าต้นน้ำในเขตภาคเหนือ พร้อมส่งเสริมการผลิตเส้นไหมและรังไหมเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการส่งออกสินค้าและวัตถุดิบด้านหม่อนไหม รวมทั้งสร้างกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจชุมชน และเปิดช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยให้มีอาชีพที่มั่นคง เนื่องจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและรวดเร็วด้วยโครงการนี้ ดำเนินการในรูปแบบประชารัฐ โดยมี 2 กิจกรรม คือ 1. ส่งเสริมเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.น่าน เกษตรกร เป้าหมาย 200 ราย พื้นที่ 600 ไร่ เพื่อขยายกำลังผลิตรังไหมรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้สูงถึง 160 ตัน/ปี ขณะที่ปัจจุบันเ
มีอีกชื่อว่า หม่อนหิมาลายัน มีถิ่นกำเนิดในแถบรอบๆ เชิงเขาหิมาลัย เป็นไม้อยู่ในวงศ์เดียวกับ หม่อนเลี้ยงไหมในประเทศไทย ในต่างประเทศนิยมบริโภคสด มีผลทั้งสีขาวและสีแดง เป็นไม้พุ่มสูงเต็มที่ประมาณ 1.5 ถึง 2.5 เมตร แตกกิ่งก้านเยอะ สีขาวใบจะมีแฉก สีแดงใบจะใหญ่กว่าไม่มีแฉก ดอกจะออกเหนือตาตามลำต้น หลังจากดอกร่วงจะติดผล เป็นช่อยาวกว่าหม่อนบ้านเรา สามารถกินได้ทั้งผลสดและทำผลิตภัณฑ์แปรรูป มีสรรพคุณช่วยการขับถ่ายปัสสาวะ และระบบขับถ่าย ลดอาการเบาขัด ลดความดันโลหิต แก้อาการไอที่มีเสมหะสีเหลือง เมื่อสุกเต็มที่จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง นิยมนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม มีกรดฟูลิกสูง และยังมีสารกลุ่มโพลิฟินอล ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเจริญเต็มที่ กระแสเลือดหมุนเวียนดี หลอดเลือดแข็งแรง รวมถึงลดอาการแพ้ต่างๆ และช่วยยืดอายุเม็ดเลือดขาวอีกด้วย แหล่งที่มา : ทิดโส โม้ระเบิด โทรศัพท์ 099-254-6542
