หอยตลับ
ชุมชนบ้านแหลม ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นชุมชนที่มีทรัพยากรสัตว์น้ำหลากหลาย หอยตลับหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หอยปะ เป็นหอยประจำถิ่นมีอยู่จำนวนมาก แต่การนำมาใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่ ที่จะสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าจากสิ่งที่มี จึงนำไปสู่การแปรรูปหอยตลับให้มีมูลค่ามากขึ้น ทั้งนี้ หอยตลับ หรือ หอยปะ มีเปลือกค่อนข้างหนา มีเนื้อน้อย มีให้เก็บทุกฤดูกาล มีการจับหอยตลับได้ในปริมาณที่มากกว่าแหล่งอื่นในลุ่มน้ำปะเหลียน โดยการจำหน่ายในรูปหอยตลับสด แปรรูปผลิตภัณฑ์หอยในรูปของหอยตลับดอง หอยตลับปรุงรส แต่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายตามเทศกาล ตามออเดอร์ที่สั่งของลูกค้า โดยหอยตลับขนาดใหญ่และขนาดกลาง ชาวบ้านจะนิยมขายแบบสด ในราคากิโลกรัมละ 30-50 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด ส่วนหอยตลับขนาดเล็กมีเนื้อค่อนข้างน้อย ซึ่งหอยตลับขนาดเล็ก ชั่งทั้งเปลือกมีประมาณ 110-140 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ชาวบ้านจึงนิยมนำมาลวกเอาแต่เนื้อของหอยมาทำกับข้าว และนิยมนำมาแปรรูปเป็นหอยตลับสมุนไพรเก็บไว้รับประทานในครัวเรือน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชมพูนุช โสมาลีย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.
หอยตลับ มีชุกชุมในอ่าว ก. ไก่ ชาวอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ไม่น้อยยึดอาชีพหาหอยตลับขาย หอยตลับ เรียกชื่อต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น หอยหวาน หอยตลับลาย หอยตลับขาว ลักษณะของหอยตลับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รูปเหมือนตลับ เปลือกสีลาย พื้นสีขาว หน้าตาสวยงามไม่น้อย นำไปประกอบอาหารก็อร่อยไม่เบา แต่ก่อนจะได้กินหอยตลับต้องเลี้ยง หรือไม่ก็ออกหาตามโคลนเลนริมทะเลก่อน ริมทะเลที่มีหอยตลับ เช่น ริมทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตราด ชลบุรี ชุมพร เพชรบุรี ระยอง สมุทรสงคราม และจันทบุรี เป็นต้น อาชีพหาหอยตลับต้องมีเครื่องมือ เรียกว่า คราดหอยตลับ รูปทรงคล้ายคราดของชาวบ้าน แต่รายละเอียดต่างกัน ด้ามมีทั้งสั้นและยาว ตัวคราดไม่ได้เป็นเงี่ยงเหมือนคราดทั่วไป แต่มีแผ่นโลหะคล้ายๆ ใบมีด สำหรับใช้ครูดแทน เครื่องมือของใช้ใดๆ ก็ตาม ย่อมตอบสนองต่องาน การคิดค้นเครื่องมือมาใช้ ล้วนมีความประสงค์เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น อย่างมนุษย์เราเมื่อหลายพันปีมาแล้ว คิดทำล้อเลื่อนได้ แรกๆ คนที่คิดทำล้อเลื่อนได้นั้น ท่านคงไม่ได้นึกหรอกว่า จะต้องมาเป็นรถหรู ราคาแพง และคงยังคิดไม่ออกว่า
