ห้ามทำนา
แม้ว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศในปีนี้จะมีปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกัน 21,854 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างรวมกันหรือ “มากกว่า” ปริมาตรน้ำใช้การได้รวมกันของปี 2559 รวม 7,941 ล้าน ลบ.ม.ก็ตาม แต่เมื่อติดตามสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักที่จะมีผลต่อลุ่มเจ้าพระยาและกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขื่อนภูมิพล ปริมาตรน้ำใช้การได้จริง ณ 17 มีนาคม 2,430 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25-เขื่อนสิริกิติ์ 2,716 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 41, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 432 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 48 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 453 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 47 รวม 4 เขื่อนหลักคิดเป็นปริมาตรน้ำใช้การได้จริง 6,032 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 33 ในขณะที่เหลือเวลาอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือนครึ่งกว่าที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนของปี 2560 นั่นหมายความว่า กรมชลประทานจะต้องบริหารจัดการน้ำก้อนนี้ (6,032 ล้าน ลบ.ม.) ในกิจกรรมหลัก ๆ 4 กิจกรรม ได้แก่ น้ำเพื่อเกษตรกรรมวันละ 36 ล้าน ลบ.ม, น้ำเพื่อระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็มวันละ 5-7 ล้าน ลบ.ม., น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมวันละ 3 ล้าน ลบ.ม., น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภควันละ 8 ล้า
