อหิวาต์แอฟริกาในสุกร
ในภาวะที่โรค “อหิวาต์” หมูระบาดในหลายพื้นที่ วันนี้มีโอกาสแอบย่อง หรือ “ส่อง” ฟาร์มคนเลี้ยงหมูที่ไม่ยอมย่อท้อ ขับรถจากตัวเมืองสกลนคร ไปตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี หรือที่มีชื่อว่า “ถนนนิตโย” ออกจากตัวเมืองผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มุ่งหน้าไปตามเส้นทางอุดรธานี มาได้ประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ถึงบริเวณบ้านพาน ตำบลขมิ้น อำเภอเมืองสกลนคร พบลำคลองที่ไหลมาจากเขื่อนชลประทานน้ำอูน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลำคลองที่เป็นลาดยางอย่างดี เป็นเส้นทางหลวงชนบท เลียบริมคลองได้ประมาณ 7-8 กิโลเมตร จึงเลี้ยวตรงป้ายที่บอกว่า เข้าวัดป่าลำห้วยนาคำ วิ่งมาตามถนนคอนกรีตประมาณ 3 กิโลเมตร ก็พบกับฟาร์มของ คุณพรสวรรค์ อ้วนอินทร์ วัย 49 ปี ที่นี่จะได้กลิ่นเหม็นโชยมาทางลมเป็นระยะ แม้จะมีป่าไม้ที่ขึ้นหนาและป้องกันกลิ่นได้ดี แต่ก็ยังลอยอบอวล มาให้คลื่นเหียนอาเจียนได้ เมื่อทักทายกับคุณพรสวรรค์ เจ้าของฟาร์มที่กำลังง่วนอยู่กับการดูแลลูกหมู ที่ถูกส่งมาเลี้ยง ด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อและทำตามวิธีการก่อนที่จะนำลูกหมูเข้าคอก และสอบถามถึงกลิ่นที่ลอยตามลมมาให้ชวนอ้วกเวียนหัว ก่อนที่จะเข้าพูดคุย ในการเลี้ยงหมู ได้รับคำ
อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) โรคนี้เริ่มคุ้นหูคนไทย หลังจากจีนพบการแพร่ระบาดของโรคนี้ครั้งแรกในมณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 กระทั่งพบหมูติดเชื้อในจีนกว่า 20 มณฑล ในปัจจุบัน ทำให้มีหมูที่ถูกทำลายเพื่อกำจัดการแพร่กระจายของเชื้อแล้วไม่ต่ำกว่า 6 แสนตัว เรื่องนี้กลายเป็นความหวั่นวิตกต่อทุกประเทศทั่วโลก แม้ว่าโรคนี้จะเกิดเฉพาะในหมู ทั้งในหมูป่าและหมูบ้าน แต่เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสแอสฟรา (Asfravirus) เชื้อสามารถติดต่อจากหมูตัวหนึ่งสู่ตัวอื่นๆ ได้ จากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของหมูที่ติดเชื้อ การหายใจเอาเชื้อเข้าไป การกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน ไปจนถึงการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด ที่สำคัญโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือวิธีการรักษาเฉพาะ ทั้งยังสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมหรืออยู่ในซากหมูได้นานหลายเดือน หมูที่ติดเชื้อจะมีอาการป่วย 100% อัตราการตาย 30-100% ถ้าเกิดในลูกหมูอัตราการตายจะสูง 80-100% ความเสียหายที่มากขนาดนี้ ทำให้ทุกประเทศต่างป้องกันไม่ให้โรคนี้เข้าสู่ประเทศได้อย่างเด็ดขาด อันที่จริงโรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ เพราะพบการระบาดมาตั้งแต่ ปี 1960 ใ
