ออสเตรเลีย
ขึ้นชื่อว่า “หงส์” ความรู้สึกสง่างาม ทรงพลัง มีอำนาจในการต่อรอง ยิ่งเมื่อผนวกเข้ากับความเชื่อของชาวจีนด้วยแล้ว หงส์ จัดเป็นสัตว์สิริมงคลและศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์และความอบอุ่นสำหรับฤดูร้อน และฤดูเก็บเกี่ยวพืชไร่ ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งคุณงามความดี แต่หงส์ที่กำลังจะกล่าวถึงในที่นี้ อาจต้องพิเคราะห์อีกครั้งว่า จะมีนัยหรือความหมายตามความเชื่อของชาวจีนหรือไม่ เพราะสีขนของหงส์แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ จึงเรียกกันว่า “หงส์ดำ” บางท่านอาจเคยเห็นแต่หงส์ขาว หงส์ที่มีขนสีขาวตลอดทั้งตัว คราวนี้ หงส์ขาวละไว้ก่อน ขอยกหงส์ดำ หงส์ที่มีขนสีดำตลอดทั้งตัวขึ้นมาแทน อันที่จริง มีหงส์ที่ขนตลอดลำตัวสีขาว ส่วนขนช่วงลำคอกลับเป็นสีดำ ด้วย แต่ก็ขอกล่าวถึงเฉพาะ “หงส์ดำ” เพียงชนิดเดียวก่อน หงส์ดำ (Black Swan) เป็นสัตว์สวยงามชนิดหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Cygnus atratus” เป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปออสเตรเลีย เป็นสัตว์ปีกที่มีความสง่างาม เวลาว่ายน้ำลำคอจะโค้งเป็นรูปตัวเอส มีลำคอที่ยาวระหง มีขนสีดำตลอดลำตัว มีขนสีขาวแซมอยู่เล็กน้อยบริเวณปีก ลูกตามีสีแดง ที่ปากจะมีสีแดงสดและมีแถบขาวตรงปลายปาก ธรรมช
สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กปร. กลาง โพนยางคำ จำกัด เตรียมสร้างความเข้มแข็งให้กับตลาดเนื้อโคของไทย ด้วยการยกมาตรฐานการผลิตสู่ระดับสากล พร้อมปลุกกระแสการบริโภคเนื้อคุณภาพระดับพรีเมียมผ่านเชฟชื่อดัง ชูความเป็นสุดยอดเนื้อโคขุนคุณภาพระดับพรีเมียมของไทย หนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อกว่า 6,000 ราย เตรียมพร้อมรับมือกระแสนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบให้ราคาเนื้อวัวในตลาดตกต่ำเมื่อสิ้นสุดมาตรการปกป้องพิเศษ (SSG) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ในปี 2563 นายอุทิศ เคะนะอ่อน ประธานสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด หรือสหกรณ์ฯ โพนยางคำ เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดเนื้อโคในปัจจุบันว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อกว่า 6,000 ราย ในเขตจังหวัดสกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง กำลังเผชิญกับปัญหาการแข่งขันทางการตลาดอย่างรุนแรงจากกระแสการบริโภคเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ ออสเตรเลียและญี่ปุ่น โดยเฉพาะในอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อมาตรการปกป้องพิเศษ (SSG) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียจะสิ้นสุดลงในปี 2563 จะส่งผลทำให้การนำเข้าสินค้าเนื้อโคจากออสเตรเลียไม่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า และไม่จำกัดปร
เดลีเมล รายงานว่า ที่เมืองโมรุนดา รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย นายเกรเซียร์ เลน แมคลีน ชาวนาวัย 69 ปี ได้บันทึกภาพของโครงกระดูก จิงโจ้ ซึ่งยืนแห้งตายเอาไว้ได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตความแห้งแล้งในออสเตรเลีย และสัตว์ป่าจำนวนมากต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหาอาหารดำรงชีวิตในวิกฤตความแห้งแล้งดังกล่าว “โครงกระดูกของมันดูสมบูรณ์มากและไม่ถูกแตะต้อง มันไม่ใช่เรื่องปกติ สัตว์อื่นๆ โดยปกติแล้วกระดูกก็จะแยกชิ้นส่วนออกจากกันตอนที่มันตาย” นายแมคลีนกล่าว และเพิ่มเติมว่า ซากสัตว์มักจะถูกกินโดยสัตว์กินเนื้อเช่นสุนัขจิ้งจอก ประเทศออสเตรเลียกำลังเผชิญความแห้งแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี และจากการพยากรณ์ของนักอุตุนิยมวิทยา ยังไม่มีวี่แววว่าความแห้งแล้งจะทุเลาลงในเร็วๆ นี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยแพร่แผนที่ที่เผยให้เห็นระดับความแห้งแล้งของพื้นที่ต่างๆ ซึ่งบางพื้นที่มีฝนตกน้อยมากถึงไม่ตกเลย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึงวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา นายแมคลีนกล่าวว่า เขาคิดว่าสภาพอากาศโหดร้ายกับจิงโจ้มากจนคร่าชีวิตมันได้อย่างรวดเร็ว “ไม่มีหญ้าสีเขียวที่นี่เลย ดังนั้นไม่มีอะไรทำให้สัตว์ดำรงชีวิตอยู่ได้” รัฐนิวเซาท์เว
