อะราบิก้า
พื้นที่บ้านแม่จันหลวง บนดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย เกษตรกรอยู่กันเป็นหย่อมบ้านประมาณ 50 ครัวเรือน อาชีพดั้งเดิมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ชา กาแฟอาราบิก้า ข้าวไร่ พลับ พลัม (เชอร์รี่) ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทยใหญ่ อาข่า ลัวะ ลีซอ ลาหู่ จีนยูนนาน เมี่ยน และไทยพื้นเมือง ในปี 2554 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หรือ สวพส. เข้ามาส่งเสริมที่บ้านแม่จันหลวง และเห็นศักยภาพของพื้นที่เพราะมีการปลูกกาแฟอะราบิกาอยู่แล้ว แต่เนื่องด้วยพบปัญหาการปลูกในพื้นที่ที่ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อต้นค่อนข้างต่ำ การแปรรูปเมล็ดกาแฟไม่มีคุณภาพ เพราะขาดความรู้และกระบวนการแปรรูปกาแฟที่ถูกต้อง ทำให้ถูกกดราคาและปฏิเสธการรับซื้อ และพบการบุกรุกป่าเพื่อขยายพื้นที่ทำกินเป็นวงกว้าง โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่สลองภายใต้การดำเนินงานของ สวพส. ได้นำองค์ความรู้งานวิจัยไปดำเนินการพัฒนาร่วมกับเกษตรกรและหน่วยงานเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการปรับระบบการผลิตจากการปลูกกระจายทั่วไปในพื้นที่ว่างหรือปลูกในแปลงปลูก มาเป็นการปลูกภายใต้ร่มเงาไม้กว่า 2,700 ไร่ นำเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากงานวิจัยมาใช้ให้สอดคล้องกับสภาพพื
จากสถิติของกรมส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบัน ประเทศไทยผลิตกาแฟได้ประมาณ 3 หมื่นตัน ลดลงจากในอดีตที่เคยผลิตได้ 7 หมื่นตัน ทั้งนี้ เนื่องจากทางภาคใต้ได้ตัดโค่นกาแฟลง เพื่อปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมันทดแทน ทั้งนี้ กาแฟที่ปลูกในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ อะราบิก้า และ โรบัสต้า ชนิดแรกไทยเราผลิตได้เพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมด ส่วนโรบัสต้าผลิตได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ กาแฟอะราบิก้า ให้กลิ่นและรสชาติ ต้องปลูกบนที่สูงอากาศเย็นในบางช่วง จึงปลูกกันมากที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก และแม่ฮ่องสอน ลักษณะอะราบิก้า มีทรงต้นเล็ก พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 2-5 เมตร ใบมีขนาดเล็กเขียว ผิวบนเป็นมัน มีความสามารถต้านทานโรคศัตรูต่ำ ตั้งแต่เริ่มผลิดอกถึงระยะเก็บเกี่ยว ประมาณ 5-9 เดือน กาแฟโรบัสต้า มีทรงต้นใหญ่กว่าอะราบิก้า มีความสูง 3-6 เมตร มีข้อปล้องยาว ใบมีขนาดใหญ่สีเขียว แต่ไม่เป็นมัน ชอบอากาศร้อนชื้น ฝนตกสม่ำเสมอ มีปลูกกันมากที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา จากรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประเทศไทยต้องเปิดตลาดนำเข้ากาแฟตามข้อตกลงของ WTO ระหว่างปี พ.ศ. 2555-2557 เป็นเมล็ดกาแฟในปริมาณ
