อัตราว่างงาน
จากข้อมูลคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ระบุอัตราว่างงานไตรมาส 3 ปีนี้ อยู่ที่ 1.2% หรือมีผู้ว่างงาน 450,000 คน สูงเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 0.9% ถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ปกติ 1% หรือ 400,000 คน และในข้อมูลระบุอีกว่าสิ่งที่ต้องจับตาคือ ผู้ประกอบการจะใช้เทคโนโลยี เครื่องมือ เครื่องจักร มาผลิตแทนกำลังคน รวมถึงภาคบริการ ค้าปลีกค้าส่ง หันซื้อขายออนไลน์แทน แม้แต่ภาคเกษตรก็เริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานคน เช่น ใช้โดรน ตรวจสอบพืชผล โปรยปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เป็นต้น จึงก่อให้เกิดความวิตกถึงอนาคตแรงงานไทย!!! นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงตัวเลขการว่างงานในขณะนี้ว่า ตัวเลขการว่างงานต้องดู 2 ส่วน ส่วนแรกช่วงไตรมาส 3 ระดับอุดมศึกษาเพิ่งจบพร้อมๆ กันและอยู่ระหว่างการรองาน ต้องใช้เวลา ประกอบกับเป็นช่วงการเปลี่ยนถ่ายจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานหรือการให้บริการ อัตรารับคนใหม่อาจน้อยกว่าในอดีต อีกส่วนคือแรงงานไม่ต้องการทักษะมาก เช่น รับเหมาก่อสร้าง ประมง หรือภาคเกษตร ไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ยังเป็นปัญหาขาดแคลนอยู่
ม.หอการค้าไทยเผยพิษน้ำท่วมหนักภาคอีสานและเหนือ สร้างความเสียหายต่อพืชเกษตรและการทำการค้าปกติ ซ้ำเติมรายได้ไม่พอจ่ายและว่างงานเพิ่ม ส่งผลเสียต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ค. ’60 ลดลงต่อเนื่องเดือนที่ 3 สถิติต่ำสุดรอบ 7 เดือน แนะรัฐออกมาตรการช่วยเหลือ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนกรกฎาคม 2560 ปรับลดลงทุกรายการและลดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวม อยู่ที่ 73.9 ลดจากเดือนมิถุนายน 2560 อยู่ที่ 74.9 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ 51.7 ลดจาก 52.9 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต อยู่ที่ 83.1 ลดจาก 84.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 62.2 ลดจาก 63.3 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 69.1 ลดจาก 70.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 90.4 ลดจาก 91.5 นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ดัชนีปรับลดลง เนื่องจากผู้บริโภคกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาค
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ระบุ แรงงานเกษตรพื้นที่ภาคกลาง ส่วนใหญ่เกษตรกรที่ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีการวางแผน และนำเครื่องจักรมาใช้ทดแทน จึงไม่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานคน โดยอัตราค่าจ้างทั้งส่วนของแรงงานคนและเครื่องจักร ระหว่างปี 58 และ 59 ยังไม่แตกต่างกันมากนัก นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่เก็บข้อมูลงานวิจัย “ความต้องการแรงงานของครัวเรือนภาคการเกษตร ตามชนิดสินค้าและขนาดฟาร์ม” ซึ่งเป็นงานบูรณาการร่วมกันของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1 – 12 โดยศึกษาถึงสถานการณ์และประสิทธิภาพของแรงงานแต่ละประเภทการผลิตแยกตามขนาดฟาร์ม และเชื่อมโยงถึงความต้องการแรงงานภาคการเกษตรตามประเภทและขนาดฟาร์ม จากการลงพื้นที่ ได้ทำการศึกษาเกษตรกรสาขาพืช ประกอบด้วย ข้าว มันสำปะหลังโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน และลำไย ตามขนาดฟาร์ม ในแต่ละกิจกรรมและกระบวนการผลิต ในการนี้ ขอยกตัวอย่างการศึกษาในส่วนของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 (สศท.7) ซึ่งทำการศึกษาเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลังโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยง
