อากาศแปรปรวน
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ แนะนำเกษตรกรเฝ้าระวังสุขภาพสัตว์ ในช่วงรอยต่อของฤดูกาลที่ภาวะอากาศแปรปรวน เน้นการจัดการในโรงเรือนและสร้างความอบอุ่นให้สัตว์ ช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดอัตราสูญเสีย พร้อมให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสัตว์ครบวงจร น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักเทคนิคและวิชาการสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดวันทั้งร้อนจัด ฝนตก สลับอากาศเย็น ทำให้สัตว์ปีกเลี้ยงแบบปล่อยหรือเลี้ยงในโรงเรือนแบบเปิดไม่สามารถปรับตัวได้ จึงมีคำแนะนำในการดูแลสัตว์ปีก โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพสัตว์ เข้มงวดการทำวัคซีนป้องกันโรคตามที่สัตวแพทย์ การเตรียมโรงเรือนให้พร้อมอาจเพิ่มกันสาดหรือปิดผ้าใบเพื่อป้องกันฝนรอบโรงเรือน และต้องให้ความสำคัญกับก๊าซแอมโมเนียในโรงเรือน ที่จะกระทบต่อทางเดินหายใจของสัตว์ปีกโดยตรง เพิ่มหลอดไฟกกเพื่อสร้างความอบอุ่นให้สัตว์ปีกในช่วงที่อากาศเย็นลง โดยต้องควบคุมความเร็วลมให้เหมาะสม และพิจารณาเสริมวิตามินละลายน้ำให้สัตว์กิน 3-5 วันติดต่อกัน เพื่อลดความเครียดและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์ ช่วยลดการใช้ยาในการรักษาสัตว์ทำให้ผู้บร
วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 22 เตือนเรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย “ ประกาศดังกล่าวระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้ยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้แผ่เข้าปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออกแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในระยะนี้ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ประกาศ ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวั
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 เตือนเรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” มีเนื้อหาดังนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยแล้ว ซึ่งจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ และภาคกลาง ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง อุณหภูมิลดลง 3-5 องศาเซลเซียส และมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้ ในช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2559 มีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2559 มีผลกระทบในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรเตรียมการป้องกันความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2559 ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามช
ลิ้นจี่เป็นพืชที่ชอบสภาพอากาศหนาวเย็นหรืออุณหภูมิไม่เกิน 18 องศาเซลเซียสติดต่อกัน 10 วันขึ้นไป จึงจะติดดอก แต่ปีนี้จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งเป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่พันธุ์ค่อมเนื้อที่ปลูกรวม 7,500 ไร่เกือบ 2 แสนต้น ที่มีคุณภาพดีที่สุดของประเทศ เจอผลกระทบจากภาวะอากาศแปรปรวน ทำให้ต้นลิ้นจี่ส่วนใหญ่ “ออกดอก แต่ไม่ติดผล” ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการจำหน่ายลิ้นจี่กว่า 100 ล้านบาท ในปีนี้ คุณกังสดาล สวัสดิ์ชัย เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ตรวจสอบพบว่า ผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน มีอากาศร้อนสลับหนาวในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อฤดูการผลิตของต้นลิ้นจี่ โดยปกติทุกปีต้นลิ้นจี่จะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอุณหภูมิอากาศต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 15 วัน เอื้อต่อการติดดอกออกผลของต้นลิ้นจี่ แต่ภาวะอากาศแปรปรวนทำให้ต้นลิ้นจี่ออกดอกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมแทน ทำให้ต้นลิ้นจี่ออกดอกแต่ไม่ติดผลเกือบทั้งจังหวัด อย่างไรก็ตาม สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามตรวจสอบพบว่า ในปีนี้พื้นที่ปลูกลิ้นจี่ทั้งจังหวัด มีต้นลิ้นจี่ที่ออกดอกและติดผลเพียง 4 ต้น ได้แ
